ลุ้นระทึก! ศาลฯ ชี้ชะตา คดีกบฎ กปปส. ล้มล้างการปกครอง มี รมต.-สส.เพียบ

44

ศาลอาญา นัด” สุเทพ เทือกสุบรรณ” แกนนำ กปปส.และพวก รับฟังคำพิพากษาคีด กบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างการปกครอง เผย มี รมต.และ สส.อยู่ในข่าย พ้นตำแหน่ง อื้อ หาก ศาลพิพากษา มีความผิด

วันที่ 24 ก.พ.64 ความคืบหน้าการพิจารณาคดี กลุ่มกบฏ กปปส. ที่ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ ก่อการร้าย ล้มล้างระบอบการปกครอง มั่วสุมชุมนุมก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ โดยยื่นสำนวนฟ้องต่อศาลอาญาเมื่อ 24 ม.ค.2561 และศาลรับฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีหมายเลขดำ อ.247/2561 ขณะที่นายสุเทพ กับพวกจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และได้รับการประกันตัวทุกคน ทั้งนี้ทางศาลอาญาจึงดำเนินการสืบพยานแบบต่อเนื่องที่ทั้ง 2 ฝ่ายนำเข้าสืบหักล้างจนแล้วเสร็จ และนัดฟังคำพิพากษาคดีวันนี้ เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 704

สำหรับคดีนี้อัยการโจทก์ระบุฟ้องพฤติการณ์ความผิดพวกจำเลยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 23 พ.ย.56 –วันที่ 1 พ.ค.57 ต่อเนื่องกัน นายสุเทพ จำเลยที่ 1 ได้จัดตั้งคณะบุคคล ชื่อ คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อัน มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือ กปปส. มีนายสุเทพ เป็นเลขาธิการ

โดยร่วมกันมั่วสุมเป็นอั้งยี่ ซ่องโจร กองกำลังแบ่งหน้าที่กันกระทำก่อความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักรฐานเป็นกบฏเพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองทั้งอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ ร่วมกันยุยง ปลุกระดมให้ประชาชนทั่วประเทศกระด้างกระเดื่อง ร่วมชุมนุมขับไล่ ก่อความไม่สงบเพื่อขับไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี(ขณะนั้น) ให้ออกจากตำแหน่ง รวมทั้งขัดขวางการเลือกตั้งส.ส.ทั่วไป เพื่อมิให้นายกรัฐมนตรีและครม.ชุดใหม่เข้าบริหารประเทศ ให้ข้าราชการระดับสูงรายงานตัวกับกลุ่ม กปปส.

จากนั้น กปปส.จะแต่งตั้งคณะบุคคลเข้าบริหารประเทศเป็นรัฐบาลประชาชน เป็นรัฏฐาธิปัตย์ ซึ่งจะออกคำสั่งแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี และครม. โดยจะนำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเอง รวมทั้งจัดตั้งกองกำลังส่วนหนึ่งพร้อมอาวุธ เข้าไปบุกยึดสถานที่ราชการและหน่วยงานสำคัญต่างๆ หลายแห่ง เช่น ทำเนียบรัฐบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ บช.น. สำนักงานเขตหลักสี่ ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เพื่อไม่ให้รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดินได้ รวมทั้งการปิดกั้น ขัดขวางเส้นทางคมนาคมขนส่ง เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

นอกจากนี้ช่วงระหว่างวันที่ 13ม.ค.-วันที่ 2 มี.ค.57 พวกจำเลยได้ปิดกรุงเทพมหานคร ด้วยการตั้งเวทีปราศรัยทั่วกรุงเทพมหานครรวม 7 จุด ปิดกั้นเส้นทางการจราจร จัดตั้งกองกำลังรักษาพื้นที่ วางเครื่องกีดขวาง ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งการกระทำของพวกจำเลยล้วนไม่ชอบด้วยบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงอำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ เหตุเกิดในกรุงเทพมหานคร และอีกหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรเกี่ยวพันกัน

โจทก์จึงขอให้ศาลพิพากษาลงโทษพวกจำเลยด้วยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา113, 116, 117, 135/1, 209, 210, 215, 216, 362, 364, 365 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. และการได้มาซึ่งส.ว.พ.ศ.2550 มาตรา 76, 152

นายชนุดม ปิติฤกษ์ เลขานุการศาลอาญา กล่าวว่า ศาลมีความพร้อมสำหรับการอ่านคำพิพากษาคดี กปปส.แล้ว โดยใช้ห้องพิจารณา 704 ซึ่งเป็นห้องพิจารณาใหญ่ที่สุดของศาล สามารถรองรับจำนวนคนได้นับร้อยคน ขณะที่การรักษาความเรียบร้อยภายในบริเวณศาล จะมีตำรวจศาล เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ รปภ.ศาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการใช้เครื่องสแกนตรวจเพื่อค้นหาอาวุธ วัตถุระเบิด และสิ่งผิดกฎหมาย บริเวณประตูทางเข้าอาคารศาลด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับจำเลยในคดีนี้ รวม 39 คน มีหลายคนทำหน้าที่ รัฐมนตรี และ สส. หากศาลชี้ว่ามีความผิด จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที อาทิ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ,นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สส.พปชร., น.ส.รังสิมา รอดรัศมี สส.ปชป.