พปชร.กระเพื่อม!!สามมิตร งัด”กลุ่ม4ช.”ชิงเก้าอี้เลขาฯพรรค”สมศักดิ์”พร้อมชน

106

พลังประชารัฐ ส่อ กระเพื่อมหนัก จ่อเปิดศึก ชิงเก้าอี้เลขาธิการพรรค “สามมิตร” ไม่ถอย พร้อมงัดข้อ “กลุ่ม4ช.” กอดเก้าอี้ “เลขาฯพปชร.” แน่น จับตา “สมศักดิ์” เปิดหน้าชน

วันที่26 มี.ค.64 ความเคลื่อนไหวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ถึงความคืบหน้าในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ที่คาดว่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนเม.ย.นี้ เป็นที่จับตาอย่างมากถึงการพิจารณาปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรค โดยเฉพาะตำแหน่งเลขาธิการพรรค ซึ่งมีความพยายามจากกลุ่ม4ช. นำโดยร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน ที่ต้องการเปลี่ยนตัวนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ ไปเป็นนายสันติ ซึ่งเป็นแคนดิเดตเลขาฯพรรคที่เคยมีชื่อขับเคี่ยวกับนายอนุชา มาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว โดยในช่วงที่ผ่านมา นับตั้งแต่นายอนุชา ขึ้นเป็นเลขาฯ พรรค ก็มีความพยายามลดบทบาทโดยแกนนำบางคนในพรรคอย่างชัดเจน กีดกันไม่ให้บริหารจัดการเรื่องเงินและทรัพยากรของพรรคได้อย่างเต็มที่ เพราะหลายคนในพรรคมีคำถามถึงการบริหารจัดการของทีมงานของนายอนุชา จนเกิดปัญหาความไม่ลงรอยกันอย่างชัดเจน

กรณีล่าสุด เมื่อครั้งเลือกตั้งซ่อม นครศรีธรรมราช เขต3 นายอนุชา ที่ถูกมอบหมายให้เป็นผอ.การเลือกตั้ง แทบจะไม่มีบทบาทสำคัญให้รับผิดชอบ เนื่องจากกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส ซึ่งเป็นที่รับรู้กันภายในพรรคว่า คือกลุ่มที่มีบทบาทตัวจริงในการเลือกตั้งซ่อมทุกครั้งที่ผ่านมา

ดังนั้น สัญญาณเรื่องการเปลี่ยนตัวเลขาฯ พรรค จากกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส จึงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของกลุ่มสามมิตร ที่นำโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และนายอนุชา ที่ไม่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนตัวในตำแหน่งดังกล่าว แต่หากทางพรรคพปชร. มีการเปลี่ยนตัวเกิดขึ้นจริง และคนที่จะมาเป็นเลขาฯพรรคแทนนายอนุชา คือคนในกลุ่มของร.อ.ธรรมนัส ทางกลุ่มสามิตร โดยนายสมศักดิ์ ก็พร้อมที่จะเสนอตัวเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งนี้ด้วยตัวเอง เพื่อรักษาโควตาของกลุ่มเอาไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของกลุ่มสามมิตร สอดรับกับที่นายสมศักดิ์ ได้ตอบคำถามหลังการประชุมครม. เมื่อวันที่ 23 มี.ค. ที่ผ่านมา ถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวนายอนุชา จากเลขาธิการพรรค ว่า “เปลี่ยนแล้วให้ผมเป็นแทนใช่ไหม” ซึ่งคำตอบดังกล่าวของนายสมศักดิ์ ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างมากว่าต้องการส่งสัญญาณถึงผู้ใหญ่ของพรรคให้พิจารณาถ่วงดุลอำนาจภายในพรรคให้ดี ไม่อยากให้เกิดกรณีเลือกที่รักมักที่ชังตามที่หลายฝ่ายมีข้อสังเกต ซึ่งส.ส.ของพรรคหลายคนมีความเป็นห่วงว่า หากมีการเปลี่ยนตัวนายอนุชา ไปเป็นนายสันติ จะเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ และเกิดแรงกระเพื่อมขึ้นมาอีกครั้ง