“อนุทิน”เผย สธ.ดีลสารพัดผู้ผลิตวัคซีน มั่นใจให้บริการปชช.ได้ทันสถานการณ์

17

รมว.สาธารณสุข ระบุได้ทำข้อตกลงเพื่อจัดหาวัคซีนป้องกัน โควิด-19 ไว้กับภาคเอกชนหลายแห่ง ทั้งบริษัทไฟเซอร์และ ผู้ผลิตซิโนแวค เชื่อนำเข้าได้ทันภายในเดือน พ.ค.พร้อมยืนยัน สามารถให้บริการประชาชนได้เพียงพอ

วันที่ 20 เม.ย. 2564 ที่ กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข กล่าวถึงเรื่องความคืบหน้าในการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติมว่า ได้หารือกับบริษัทไฟเซอร์แล้ว แต่ติดปัญหาเรื่องการจัดส่งที่ยังไม่ทันกับความต้องการของไทย ที่ผ่านมา เราได้เจรจาไว้หลายบริษัท และติดปัญหาเดียวกันหมด จะมีแต่ของซิโนแวคที่สามารถจัดหามาได้ อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของไทย คือการให้บริการประชาชนในวงกว้างภายในเดือนมิถุนายน โดยวัคซีนของแอสตราเซนนิกา ภายในอาทิตย์นี้ ทาง สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จะขึ้นทะเบียนอนุมัติปริมาณการผลิตวัคซีน ซึ่งเป็นขั้นตอนทางเอกสาร ที่ผ่านมา การผลิตวัคซีนของไทย ได้มาตรฐานดีมาก คิดว่าทุกอย่างสามารถดำเนินไปตามแผนที่วางไว้ ส่วนแผนปัจจุบัน ภายในอาทิตย์นี้ จะฉีดวัคซีนให้บุคลากรทางการแพทย์ได้ครบ 100%

ต่อข้อถามถึงข้อกังวลเรื่องจำนวนยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ป้องกัน นายอนุทิน กล่าวว่า ยังมีจำนวนเพียงพอ และตนได้สั่งการให้จัดหาเข้ามาทุกระยะ เช่น ยาฟาวิพิราเวียร์ ต้องมีสต็อกอย่างน้อย 5 แสนเม็ด ถึง 1 ล้านเม็ด ส่วนสถานที่รองรับผู้ป่วย มีนโยบายว่า ผู้ติดเชื้อ ต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ เราต้องทำทุกทาง เพื่อรักษาชีวิตประชาชน มีความเป็นห่วงเรื่องข่าวสารที่เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นประเด็นที่สังคมสนใจ ขอให้ประชาชนรับข่าวสารจาก กระทรวงสาธารณสุข ควบคู่กัน เพื่อตรวจสอบข้อมูลกับแหล่งอื่น เพราะเราจะอธิบายตามข้อเท็จจริง โดยผู้ที่ทำงานจริง เข้าใจสถานการณ์จริง ก่อนหน้านี้ มีแพทย์จากจังหวัดภาคเหนือ ออกมากล่าวว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ไม่พอ ก็ต้องให้ส่วนกลางชี้แจงว่ามีเพียงพอ จนเข้าใจ ซึ่งได้ออกมาทำความเข้าใจกับประชาชนแล้ว

ส่วนสถานการณ์ การระบาด และมีความกังวลว่า จะมีผู้ป่วยอาการรุนแรงมากขึ้น แล้วเตียงจะพอหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ตอนนี้ ได้เตรียมเตียงไอซียูไว้รองรับแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาจะเกิดขึ้นในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร ส่วนในต่างจังหวัดมีผู้ป่วยไม่มาก ก็จะไม่เป็นปัญหา เพราะมีการบริหารจัดการที่กระจายอำนาจไป ซึ่งมีทั้งผู้อำนวยการโรงพยาบาล มีสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และ อสม. บูรณาการกันทำงาน