จุฬาราชมนตรี ออกประกาศ!! ห้ามละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ พื้นที่เสี่ยง โดยให้ปฏิบัติที่บ้านในครอบครัว

65

สำนักจุฬาราชมนตรี ประกาศ มาตรการป้องกันการแพร่ระบาด โควิด-19 ว่าด้วยการปฏิบัติศาสนกิจในช่วง ละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ หากเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด ให้ละหมาดที่บ้านภายในครอบครัว โดยใช้มาตรการเดียวกับที่ มัสยิด

วันที่ 6 พ.ค.2564 สำนักจุฬาราชมนตรี ออกประกาศของนายอาศิส พิทักษ์ชุมพล จุฬาราชมนตรี เรื่อง มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 0219 หรือ โควิด-19 ว่าด้วย การปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ (ฉบับที่5/2564) ดังนี้

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดเป็นวงกว้างและมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขต กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล และ ในหลางจังหวัดทั่วประเทศ โดยศูนย์บริหารสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ประกาศปรับระดับพื้นที่ควบคุมเป็น 3 ระดับ เป็นระยะเวลา14วัน ระหว่างวันที่ 1-14 พฤษภาคม 2564 และ ในช่วงดังกล่าวเป็นช่วงเวลาของการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ ดังนั้น จึงกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1.สำหรับในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ นนทบุรี ปทุมธานี และ สมุทรปราการ ขอให้งดการละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ที่มัสยิด และ ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด แจ้งมัสยิดได้ประกาศแจ้งสัปปุรุษในชุมชนให้ละหมาดที่บ้านภายในครอบครัว โดยใช้มาตรการเดียวกับการละหมาดที่ มัสยิด

2.สำหรับในเขตพื้นที่ควบคุมสูงสุดจำนวน 45 จังหวัด และ พื้นที่ควบคุม จำนวน26 จังหวัด ให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพิจารณาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและผู้กำกับการบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัด เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดดังนี้
2.1 สำหรับพื้นที่ใดภายในจังหวัดที่พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่าสามารถละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ได้ ให้ปฏิบัติตามแนวทางการปฏิบัติศาสนกิจละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ ดังนี้
2.1.1 สำหรับมัสยิด ให้กรรมการอิสลามประจำมัสยิด หรือ หน่วยงานสาธารณกุศลในพื้นที่ มาตรวจวัดอุณหภูมิ และ ใช้เจลล้างมือ ก่อนเข้ามัสยิด

2.2 สำหรับพื้นที่ใดที่คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดได้พิจารณาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดและผู้กำกับการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัด เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่ของแต่ละจังหวัดแล้วเห็นว่าเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ให้งดการละหมาดอีฎิ้ลฟิตร์ที่มัสยิด โดยให้ละหมาดที่บ้านภายในครอบครัว และใช้มาตรการเดียวกับละหมาดที่มัสยิด

3. ให้งดการจัดเลี้ยงอาหารและหลีกเลี่ยงการจัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวกันเป็นกลุ่ม เช่น การเยี่ยมญาติ และ การเยี่ยมกุโบร์(สุสาน) เป็นต้น