จับตา!! พปชร. ประชุมใหญ่ เมืองดอกคูณ ปรับโครงสร้างพรรค เปลี่ยนตัวเลขาฯ

68

จับตา พปชร.ประชุมใหญ่ เล็งปรับโครงสร้าง เปลี่ยนตัว เลขาธิการ ขณะ “บิ๊กป้อม” โยนที่ ประชุมสมาชิกพิจารณา ด้าน แกนนำ สามมิตร มองมีคนพยามเสี้ยมให้พรรคแตก ชี้ คนที่จะตัดสินใจเรื่อง เปลี่ยนตัวเลขาฯ อยู่ที่ หัวหน้าพรรค เทม่านั้น

วันที่ 12 มิ.ย.2564 ความเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) หลังจากผ่านศึกนอกการโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2565 วาระแรก และพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทที่ผ่านสภามาอย่างราบรื่น แต่หลังจากนั้นก็เริ่มีรอย แตกแยก เป็นศึกภายใน ก่อนจะมีการประชุมใหญ่สามัญพรรค พปชร.ในวันที่ 18 มิ.ย. ที่ จ.ขอนแก่น ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค โดยเฉพาะเก้าอี้ เลขาธิการพรรค ที่ นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั่งอยู่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร.ตอบผู้สื่อข่าวที่ถามถึงการประชุมใหญ่พรรคพปชร. วานนี้ (11 มิ.ย.) จะมีการเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรคด้วยหรือไม่ ว่า ไม่มี ตามข้อมูลที่ออกมานั่นแหละ ประชุมกันตามนั้น เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากเรื่องธุรการแล้ว จะมีเรื่องการเปลี่ยนเลขาธิการพรรคด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามสื่อว่า“คุณไปถามเรื่องเลขาธิการพรรค แล้วคุณไปเกี่ยวอะไรด้วย ไม่มีอะไรหรอก” เมื่อถามย้ำว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค เพื่อรองรับการเตรียมการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือไม่ พล.อ.ประวิตร ย้อนถามสื่ออีกครั้งว่า “เรื่องอะไรเนี่ย ถามอะไรเนี่ย ก็บอกแล้วว่าจะอยู่ครบ 4 ปี จะไปเกี่ยวอะไรกับเรื่องการเลือกตั้ง รัฐบาลยังทำงานอยู่เลย”

เมื่อถามว่ายืนยันว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยนกก.บห. ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เรื่องเลย ต้องอยู่ที่ สมาชิกพรรค สมาชิกพรรคจะเสนออะไรก็ว่าไป ต้องแล้วแต่สมาชิกพรรค เมื่อถามว่านายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรค ระบุว่า การตัดสินใจขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรค พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “โห หัวหน้าพรรคจะไปเกี่ยวอะไร การประชุมครั้งนี้ ก็เกี่ยวกับเรื่องการเงินที่จะต้องรายงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพราะเลื่อนมาตลอด จนไม่รู้จะทำอะไรแล้ว และกกต.ก็เร่งมา”

ขณะที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพปชร. ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องการปรับกรรมการบริหารพรรค มีข่าวออกมาเรื่อยๆ คิดในทางที่ดีว่าอาจดีก็ได้ เรื่องการปรับโครงสร้างนั้นยังไม่ทราบรายละเอียด จึงไม่กล้าคิดอะไร ส่วนจะไปร่วมประชุมด้วยหรือไม่นั้น ขอดูก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่าตำแหน่งเลขาธิการ พรรคพปชร.ยังต้องอยู่ กับกลุ่มสามมิตรหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่ทุกคนต้องเข้าใจ ต้องคุยกัน เมื่อถามว่าถึงเวลาแล้วหรือไม่ในการปรับเปลี่ยนเลขาธิการพรรค นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คนที่จะตอบเรื่องนี้ หากไม่ถามเลขาธิการพรรค ก็ต้องถามหัวหน้าพรรค

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหตุใดข่าวการปรับเปลี่ยนกก.บห. จึงออกมาในช่วงนี้หนาหู นายสมศักดิ์ กล่าวว่า มองว่ามีคนพยายามทำให้เกิดข่าว ส่วนจะเป็นคนในพรรคหรือไม่นั้นไม่ทราบ อาจเพราะให้ความสนใจเรื่องพรรคน้อยไป เนื่องจากส่วนตัวคิดว่าการทำงานต่างๆ พยายามทำให้ได้งานออกมา ถ้าเรามายุ่งเรื่องในพรรคมากไป อยากเป็นโน่นเป็นนี่ อาจเสียงานในภาพรวม

“ผมจึงอยากให้นักการเมืองสังวรไว้ว่าประชาชนมองอยู่ อย่าคิดว่าวันนี้เดินได้สบายอยู่กับสิ่งที่เป็นอำนาจ แล้วทำให้สบาย แต่เวลาเลือกตั้งขอเรียนว่าสิ่งที่ทำไว้ในวันนี้ จะสะท้อนในวันเลือกตั้ง ฝ่ายที่เป็นคู่แข่ง เขาจะเอามาโจมตีไม่ยั้ง แค่ภาพเดียวหรือสองภาพก็แทบตายแล้วในการเลือกตั้ง จึงอยากบอกว่าให้พึงสังวรตัวเองไว้ วันนี้อาจอยู่สบาย แต่วันเลือกตั้งมันยาก ผมเตือนตัวเองตลอด ต้องสร้างงาน”นายสมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่นายอนุชา ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมใหญ่สามัญของพรรคพปชร.ว่า สำหรับตน ยังไม่มีข่าวใดๆ ในเรื่องนี้ ส่วนที่มีข่าวอย่างนั้นอย่างนี้ก็ถือเป็นข่าวที่ถูกนำเสนอไปข้างนอก ส่วนจะมีวาระการประชุมใดบ้างนั้นขึ้นอยู่กับหัวหน้าพรรคเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามถึงวาระการปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารพรรค นายอนุชา กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินเรื่องนั้น ได้ยินจากข่าว ทุกอย่างอยู่ที่หัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว หัวหน้าพรรคจะเป็นคนสั่งการทุกอย่างผู้สื่อข่าวถามว่าจะเดินทางไปร่วมประชุมพรรคพปชร. ที่จ.ขอนแก่น ด้วยหรือไม่ นายอนุชา กล่าวว่า ไปร่วมด้วยอย่างแน่นอน แต่ยังไม่ทราบโปรแกรมโดยละเอียด

เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรต่อกรณีที่มีเสียงสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคพปชร.ต่อไป นายอนุชา กล่าวว่า ต้องขอบคุณ ส่วนการที่ใครจะสนับสนุนใครอย่างไร หรือไม่นั้นคิดว่าพรรคเป็นสำคัญ เพราะไม่ได้มองว่า ใครจะเลือกที่รักมักที่ชังอย่างไร เพราะถึงอย่างไรก็แล้วแต่พรรคจะต้องเป็นสิ่งสำคัญ ใครจะคิดอ่านอย่างไรขอให้คิดถึงประโยชน์ของพรรคเป็นหลัก คิดว่าหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้ายเหนืออื่นใด เพราะฉะนั้นต้องเคารพการตัดสินใจของหัวหน้าพรรค