รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย แจงเหตุผล ต้องนำสัญญาการจัดซื้อ วัคซีนไฟเซอร์ เข้าพิจารณาใน ครม.เพราะรัฐบาลต้องใช้งบฯจัดซื้อ ย้ำเป็นวัคซีนกลัก ยืนยันไม่ได้โกหก แต่มีเงื่อนไขกำหนดไว้
วันที่ 6 ก.ค.2564 เวลา 08.50 น. ที่ ทำเนียบ รัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้าหารือในที่ประชุมครม.ก่อนทำสัญญา ว่า ยังไม่เห็นเรื่องนี้ ทราบจากข่าวว่า เป็นอย่างนั้น ถ้าเรื่องนี้ เข้าหารือครม.จริงจะได้พิจารณาถึงสาเหตุที่ต้องนำเข้าที่ประชุมครม.เพราะต้องขอเงินจากรัฐบาล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะซื้อทุกครั้งต้องมาขอ หากกรณีเอกชน จ่ายเงินเอง โดยรัฐบาลเป็นผู้จัดซื้อให้ ซึ่งการซื้อวัคซีนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่เหมือนกับการซื้อของทั่วไป เพราะอำนาจอยู่ที่ฝ่ายผู้ผลิต หรือ ผู้ขาย และ ตนได้มีโอกาสดูสัญญาบางฉบับ ที่ กระทรวงสาธารณสุข นำมาให้ตรวจดูก็รู้สึกแปลกใจ เพราะฝ่ายผู้ขาย หรือ ผู้ผลิตบอกว่า ถ้าไม่เซ็นสัญญา ไม่ต้องซื้อของจากเขา และมีเงื่อนไขว่าถ้าส่งล่าช้า จะไม่รับผิดชอบ และบางยี่ห้อบอกไม่คืนเงิน และ เราไปคิดค่าปรับ ยึดทรัพย์ หรือ ฟ้องร้องอะไรไม่ได้ และไม่รับผิดชอบความเสียหายใดๆ
และที่สำคัญคือระบุว่าห้ามเปิดเผยสัญญา เนื่องจากการขายให้แต่ละประเทศเขียนสัญญาไม่เหมือนกัน มีทั้ง เอื้ออารี และ เข้มงวด ถ้าใครเอาไปเปิดเผยจะขายให้ครั้งเดียวและไม่ขายให้อีกเลย ซึ่งจะเห็นว่าที่ผ่านมาฝ่ายรัฐบาลจะไม่พูดเรื่องสัญญาการซื้อวัคซีนเลย แต่ยืนยันว่ารัฐไม่ได้โกหก หรือหลอกลวง แต่ในบางเรื่องพูดไม่ได้ ทำให้บางคนที่พยายามพูดให้ดูดี จนกลายเป็นทำให้รัฐถูกมองว่าพูดกลับไปกลับมา
นายวิษณุ กล่าวว่า ทั้งนี้การจัดซื้อวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา ไม่ได้เป็นวัคซีนหลักที่รัฐประกาศ โดยคำว่าวัคซีนหลัก คือ รัฐบาลจัดหาให้และฉีดประชาชนฟรี ซึ่งมีอยู่ 5 ห้อ คือ ซิโนแวค แอสตราเซเนก้า สปุตนิก วี ไฟเซอร์ และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ส่วน ซิโนฟาร์ม ที่จัดหาโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ก็ไม่ใช่วัดซีนหลักเช่นกัน เพราะวิทยาลัยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ล่าสุด ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติลงนามสัญญา ซื้อวัคซีนโควิด-19 ยี่ห้อไฟเซอร์ (Pfizer) จำนวน 20 ล้านโดส เพื่อนำเข้าประเทศไทย ภายในไตรมาส 4 นี้ หลังประชาชนเรียกร้องต้องการวัคซีนยี่ห้อนี้จำนวนมาก



