หน้าแรก ในประเทศ “วัฒนา”เตือน!! ทัวร์ลงผิดที่ ชี้ นายกฯ คือผู้รับผิดชอบ แก้โควิด ไม่ใช่ สธ.

“วัฒนา”เตือน!! ทัวร์ลงผิดที่ ชี้ นายกฯ คือผู้รับผิดชอบ แก้โควิด ไม่ใช่ สธ.

เคลื่อนไหวแล้ว !!!  วัฒนา เมืองสุข โพสต์เฟสบุ๊ค เตือน มัคคุเทศน์ อย่าพาทัวร์ ลงผิดที่ คนรับผิดชอบแก้ไขโควิด คือ นายกรัฐมนตรี ที่ รวบอำนาจไว้คนเดียว ทั้ง คุมการแพร่ระบาด – เตียงผู้ป่วย – วัคซีน ไม่ใช่ กระทรวงสาธารณสุข

วันที่19 ก.ค.2564 นายวัฒนา เมืองสุข พรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความ “ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาโควิด-19” โดยมีเนื้อหาจำแนกผู้ที่มีความรับผิดชอบ  เกี่ยวกับสถานการณ์การระบาดโรคโควิด-19 เตือนมัคคุเทศก์ อย่าพาทัวร์ไปลงผิดที่  มีเนื้อหาดังนี้

(1) กรณีเกิดการแพร่ระบาดของโควิดตั้งแต่แรกจนปัจจุบัน จนทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นตลอดเวลาล่าสุดสูงถึง 10,082 คนต่อวัน เสียชีวิตเพิ่มถึง 141 คน อยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2563 ส่วนที่เกิดการแพร่ระบาดของสายพันธุ์อินเดีย เกิดจากการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวอยู่ในความรับผิดชอบของผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

(2) การจัดซื้อวัคซีนเพื่อฉีดให้กับประชาชนเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ตามมาตรา 10 (2) แห่งพระราชบัญญัติความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2561 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย แต่ต่อมานายกรัฐมนตรีได้ออกคำสั่งรวบอำนาจดังกล่าวไปเป็นของตนเอง ดังนั้น หากจะถามว่าเหตุใดจึงสั่งซื้อช้า หรือทำไมยังสั่งซื้อวัคซีนซิโนแวค ไม่ซื้อยี่ห้ออื่นมาฉีดให้ประชาชนบ้างก็ต้องไปถามคณะกรรมการชุดนี้ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน

(3) การจัดซื้อวัคซีนให้สถานพยาบาลและวัคซีนทางเลือกเพื่อใช้ในโรงพยาบาลเอกชน เช่น วัคซีนโมเดอนา ที่โรงพยาบาลเอกชนซื้อจาก องค์การอนามัยไปในราคาโดสละ 1,100 บาท แต่คิดค่าฉีดจากประชาชนถึงโดสละ 1,700 บาท เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาธร เป็นประธาน ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 5/2564 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ดังนั้น ถ้าจะถามว่าทำไมปล่อยให้โรงพยาบาลเอกชน ขูดเลือดประชาชนเอากำไรสูงถึงเกินกว่า 50% ในสถานการณ์ที่ประชาชนทุกข์ยาก ก็ต้องไปถามนายกรัฐมนตรีว่า เหตุใดจึงแต่งตั้งตัวแทนจากโรงพยาบาลเอกชนมาเป็นกรรมการหลายคนทั้งที่เป็นผลประโยชน์ทับซ้อน

(4) การที่ระบบสาธารณสุขล่มเตียงไม่พอให้บริการผู้ป่วยถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ที่มีหน้าที่ควบคุมการแพร่ระบาด แต่ไม่สามารถควบคุมได้ ส่วนกระทรวงสาธารณสุขเป็นปลายน้ำ เพราะรับผิดชอบการรักษาผู้ป่วยที่ต้นทางปล่อยปละละเลยให้เกิดการแพร่ระบาดจนล้นระบบ

(5) การควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน กทม. เป็นอำนาจหน้าที่ของ นายกรัฐมนตรีตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 6/2564 ลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 สำหรับโรงพยาบาลใน กทม. ที่เป็นของกระทรวงสาธารณสุขมีเพียง 2 แห่ง คือ รพ.ราชวิถี และ นพรัตน์ราชธานี ที่เหลือเป็นของ กทม. ที่มีสำนักอนามัย กทม. เป็นผู้รับผิดชอบ และเป็นของมหาวิทยาลัยต่างๆ เช่น จุฬา ศิริราช รามา หรือ มหิดล ส่วนที่เป็นของทหาร เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฏ โรงพยาบาลภูมิพล เป็นต้น

“ผมอ้างคำสั่งและการแต่งตั้งมาเป็นหลักฐาน เพื่อให้บรรดามัคคุเทศก์ทั้งหลายนำลูกทัวร์ไปลงให้ถูกคน เห็นช่วงนี้ทัวร์ไปลงที่กระทรวงสาธารณสุขบ่อยมาก ทั้งที่ไม่มีอำนาจหน้าที่ เพราะถูกนายกรัฐมนตรี รวบอำนาจไปไว้ที่ตัวเอง หรือ แต่งตั้งให้ผู้อื่นเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น แต่คนเหล่านี้กลับไม่กล้าออกมารับผิดชอบกับประชาชน”