“อนุทิน”ควง”เนวิน” เยี่ยมรพ.สนามบุรีรัมย์ รับได้2พันเตียง มั่นใจส.ค.โควิดเริ่มนิ่ง

92

“อนุทิน” ควง”เนวิน” ตรวจเยียม รพ.สนาม บุรีรัมย์ เตรียมไว้ 2,500 เตียง รองรับผู้ป่วยจากพื้นที่แดงรักษาที่บ้านเกิด ชี้ สถานการณ์ทั่วไปเริ่มดีขึ้น นี้มั่นใจ ส.ค.จะเริ่มนิ่ง หลังฉีดวัคซีนเดือนละกว่า 10 ล้านโดส คาดหลังปีใหม่ คนไทยได้รับวัคซีนครบ

วันที่ 31 ก.ค.64 เมื่อเวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข เดินทางมาตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนามบุรีรัมย์ ที่อาคารร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างเดิม (ไอคิว เฮาส์) ในพื้นที่ ต.กระสัง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ โดยมี “บิ๊กเน” นายเนวิน ชิดชอบ พี่ชายนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้การต้อนรับ สำหรับ โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ สามารถรับผู้ป่วยสีเขียวได้ 2,000 เตียง และมีศูนย์พักคอย 500 เตียง รวม 2,500 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในต่างจังหวัด แต่มีความประสงค์จะกลับมารักษาที่บ้านเกิด

นายอนุทิน กล่าวภายหลังการตรวจสถานที่ ว่า สถานที่แห่งนี้ถือว่ามีความพร้อมทุกมิติ ทั้งด้านโครงสร้าง อาคารสถานที่ ความมั่นคง ปลอดภัย ระบบการดูแลรักษาตามมาตรฐานกรมการแพทย์ การจัดการขยะติดเชื้อโดยบูรณาการการความร่วมมือ จากทุกภาคส่วนในจังหวัด โดยจำนวน 2,000 เตียงเชื่อว่าจะรองรับผู้ติดเชื้อได้ทั้งหมด เพราะไม่ได้อยู่นาน ถ้าอาการไม่รุนแรง ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะสามารถกลับบ้านได้แล้ว

สำหรับการกระจายวัคซีน จะเริ่มกระจาย ภายในเดือนสิงหาคม สถานการณ์เริ่มนิ่งแล้ว ซึ่งวัคซีนจะกระจายไปต่างจังหวัดได้สม่ำเสมอ โดยเฉลี่ย เราจะทำการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ ได้เดือนละประมาณ 10 ล้านโดส เพราะวัคซีนเริ่มทยอยมาอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงสิ้นปี หรืออาจจะเลยไปอีกประมาณ 2-3 เดือน ก็จะฉีดวัคซีนให้ครบจำนวนประชากรให้มากที่สุด ส่วนตัวเลขผู้ติดเชื้อต่างจังหวัดที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ ส่วนมาก จะติดมาจากนอกพื้นที่แล้วมาถูกคัดกรองทำให้ตัวเลขมาอยู่ต่างจังหวัด ทั้งนี้ไม่น่าเป็นห่วง เพราะต่างจังหวัดจะมี อสม.และผู้นำท้องถิ่น รวมถึงชาวบ้าน ช่วยกันคัดกรองได้ง่ายกว่าคนในเมืองหลวง

ด้านสถานการณ์การป่วยด้วยโคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของจังหวัดบุรีรัมย์ ปัจจุบัน พบว่ามีผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างพื้นที่ สะสมตั้งแต่วันที่ 9 เมษายนต์ ถึง 29 กรกฎาคม 2564 จำนวน 3,340 ราย แยกติดเชื้อในพื้นที่ 208 ราย ติดเชื้อนอกพื้นที่ 3,032 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 2,906 ราย รักษาหาย 427 ราย เสียชีวิตสะสม 7 ราย