1 เมษา 65 เปิดครบทุกเส้นทาง วิ่ง 120 กม./ชม. ดูเลยเส้นไหน? เตรียมสร้างคอนกรีต 800กม.

53

รมว.คมนาคม ประชุม ติดตามความคืบหน้า การขยายเส้นทาง ของกรมทางหลวง ในพื้นที่อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. พบ มีการฝ่าฝืนการใช้ความเร็วในช่องการจราจรลดลง และพร้อมจะขยายอีก6เส้นทาง ในวันที่ 1 ก.ย.2564 

วันที่4 ส.ค.2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังเป็นประธาน การประชุมติดตามผลการเปิดใช้เส้นทาง ที่อนุญาตให้รถวิ่งได้ 120 กม./ชม. และ ความคืบหน้าการขยายเส้นทางที่จะเปิดใช้ในระยะถัดไป ผ่านระบบ Video Conference โดยมี นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง คณะผู้บริหารกรมทางหลวง และ กองบังคับตำรวจทางหลวง เข้าร่วมประชุม

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า กรมทางหลวง ได้นำเสนอผลการใช้งานของประชาชนในเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 ช่วง บางปะอิน – อ่างทอง ที่เปิดใช้ไปตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 ซึ่งผู้ขับขี่ได้ช้ความเร็วตามกำหนด ในแต่ละช่องทางดีขึ้น โดยพบว่า มีการฝ่าฝืนการใช้ความเร็วในแต่ละช่องจราจรลดลง เทียบกับก่อนการบังคับใช้ความเร็ว 120 กม./ชม. ทั้งนี้ กองบังคับการตำรวจทางหลวงได้รายงานว่า ในช่วงเส้นทางดังกล่าวมีการบังคับใช้กฎหมายและมีการออกใบสั่งแก่ผู้ฝ่าฝืนอย่างต่อเนื่องนอกจากนี้ ในที่ประชุมได้กำหนดแผนที่จะเปิดเส้นทางที่อนุญาตให้ประชาชนผู้ขับขี่ใช้ความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. ในช่องทางขวาสุด เพิ่มเติมอีก โดยมีเส้นทางตามแผนรวมระยะทางทั้งสิ้น 246 กิโลเมตร โดยมีรายละเอียด ดังนี้ ระยะที่ 2 จะเปิดให้ใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป จำนวน 6 สายทาง ประกอบด้วย 1) ทล. 1 (สนามกีฬาธูปะเตมีย์ – ประตูน้ำพระอินทร์) กม. 35+000 – กม. 45+000 จ.ปทุมธานี ระยะทาง 10 กิโลเมตร 2) ทล. 1 (หางน้ำหนองแขม – วังไผ่) กม. 306+640 – กม. 330+600 จ.นครสวรรค์ ระยะทาง 23.96 กิโลเมตร 3) ทล. 2 (บ่อทอง – มอจะบก) กม. 74+500 – กม. 88+000 จ.นครราชสีมา ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร 4) ทล. 32 (อ่างทอง – โพนางดำออก) กม. 50+000 – กม. 111+473 จ.อ่างทอง, จ.สิงห์บุรี ระยะทาง 61.473 กิโลเมตร 5) ทล. 34 (บางนา – ทางเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) กม. 1+500 – กม. 15+000 จ.สมุทรปราการ ระยะทาง 13.5 กิโลเมตร 6) ทล. 304 (คลองหลวงแพ่ง – ฉะเชิงเทรา) กม. 53+300 – กม. 63+000 จ.ฉะเชิงเทรา ระยะทาง 9.7 กิโลเมตรระยะที่ 3 จะเปิดให้ใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป จำนวน 5 สายทาง ประกอบด้วย 1)ทล. 4 (เขาวัง – สระพระ) กม. 160+000 – กม.167+000 จ.เพชรบุรี ระยะทาง 7 กิโลเมตร 2) ทล. 4 (เขาวัง – สระพระ) กม. 172+000 – กม.183+500 จ.เพชรบุรี ระยะทาง 11.5 กิโลเมตร 3) ทล. 9 (บางแค – คลองมหาสวัสดิ์) กม. 23+000 – กม. 31+872 เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 8.872 กิโลเมตร 4) ทล. 35 (นาโคก – แพรกหนามแดง) กม. 56+000 – กม. 80+600จ.สมุทรสงคราม ระยะทาง 24.6 กิโลเมตร 5) ทล. 219 (สตึก – หัวถนน) กม. 108+500 – กม. 122+000 จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง 13.5 กิโลเมตรระยะที่ 4 จะเปิดให้ใช้ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 เป็นต้นไป จำนวน 3 สายทาง ประกอบด้วย 1)ทล. 1 (หนองแค – สวนพฤกษาศาสตร์พุแค) กม. 79+000 – กม. 105+000 จ.สระบุรี ระยะทาง 26 กิโลเมตร 2) ทล. 347 (เทคโนโลยีปทุมธานี – ต่างระดับเชียงรากน้อย) กม. 1+000 – กม. 11+000 จ.ปทุมธานี ระยะทาง 10 กิโลเมตร 3)ทล. 219 (สตึก – หัวถนน) กม. 122+000 – กม. 134+500 จ.บุรีรัมย์ ระยะทาง 12.5 กิโลเมตรโดยที่ในเส้นทางที่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) จะมีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน ระหว่างกรมการขนส่งทางบกและกรมทางหลวง ภายในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564ที่กระทรวงคมนาคม ซึ่ง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กำชับให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรการทางสาธารณสุข และประกาศที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งให้กรมทางหลวงประชาสัมพันธ์และสื่อสารให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางอย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง ทั้งในมิติของเส้นทางที่จะดำเนินการ และวันที่ ที่ประชาชนจะสามารถใช้ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 120 กม./ชม. ได้ตามกฎกระทรวง และ ประกาศผู้อำนวยการทางหลวง เพื่อให้เกิดการรับรู้อย่างทั่วถึง และ ถูกต้องต่อไปนอกจากนี้ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ยังได้ติดตามความคืบหน้าโครงการยกระดับ ความปลอดภัยบนทางหลวงสายหลัก จำนวน 47 เส้นทาง โดยเป็นเส้นทางในภาคเหนือ 9 เส้นทาง ระยะทาง 186 กิโลเมตร เส้นทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7 เส้นทาง ระยะทาง 96 กิโลเมตร เส้นทางในภาคกลาง 15 เส้นทาง ระยะทาง 288 กิโลเมตร เส้นทางในภาคตะวันออก 9 เส้นทาง ระยะทาง 177 กิโลเมตร และเส้นทางในภาคใต้ 7 เส้นทาง ระยะทาง 116 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 863 กิโลเมตร ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างกำแพงคอนกรีต สะพานกลับรถหรือทางลอดกลับรถ สะพานคนเดินข้าม พร้อมทั้งปรับปรุงกายภาพ เส้นทางให้ปลอดภัย สามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ไม่เกิน 120 กม./ชม. โดยได้กำชับให้กรมทางหลวงเตรียมการออกแบบให้เหมาะสมเพื่อให้ประชาชนผู้สัญจรใช้งานได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ต่อไป