“บิ๊กตู่” ฟิต วันหยุด ลุยดูแก้ ปัญหาน้ำท่วม “เมืองปากน้ำ” ให้หลักคิดส.ส.ดูแลปชช.

24

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการสมุทรปราการ แนะส.ส.ให้หลักคิดปชช. อย่าให้แต่ความต้องการอย่างเดียว เรียกหา”นันทิดา”กำชับท้องถิ่นแก้ปัญหาจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก ต้องเร่งระบายน้ำ อย่าทิ้งปชช.แก้ปัญหาเอง

วันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลา 13.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย , นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เพื่อตรวจเยี่ยมสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี และ ตรวจความพร้อมแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง ที่สะพานยกระดับสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชลหารพิจิตร โดยมี ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ อาทิ นายกรุง ศรีวิไล และ น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ และผู้บริหารท้องถิ่น มารอให้การต้อนรับโดยเมื่อ นายกฯ เดินทางมาถึงได้เรียกหา น.ส.นันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ที่มารอต้อนรับว่า “ไปไหน จะหลบข้างหลังทำไม” และกำชับให้ดูแลประชาชนหลังเกิดอุทกภัยในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ โดยต้องเร่งสร้างองค์ความรู้ให้กับประชาชน พร้อมทักทายทีม อบจ.สมุทรปราการ ก่อนแซวประธานสภา ว่า “ดูอาวุโส” ขณะที่ทีมสภา อบจ.บอกว่า “ขอเป็นกำลังใจให้นายกฯ” ขณะเดียวกันนายกฯ ได้ย้ำกับ ส.ส.ว่า เราเป็น ส.ส.ไม่ใช่ว่าจะให้เฉพาะความต้องการเขาอย่างเดียว จะต้องให้หลักคิดกับเขาด้วย ว่าหากต้องการอย่างนี้ จะต้องทำอย่างไร ส่วนโครงการต่างๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องเสนอเข้ามาในรัฐบาล

ทั้งนี้ ระหว่างตรวจเยี่ยมสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี นายกฯ ได้ทักทายประชาชนที่มารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมให้กำลังใจคณะแพทย์ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน โดยประชาชนและเจ้าหน้าที่กล่าวให้กำลังใจว่า “สู้ๆ” โดยนายกฯ กล่าวขอบคุณ พร้อมบอกว่า วันนี้อารมณ์ดีมากที่ได้มาพบปะกับประชาชน ขอให้สู้ปัญหาไปพร้อมกัน สู้เพื่อทุกคน และเพื่อประเทศชาติ เชื่อว่าพลังความร่วมมือของทุกคนจะทำให้ประเทศพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมฝากให้ ส.ส.และข้าราชการ อบจ.ทำงานใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น อย่าทิ้งประชาชนให้แก้ไขปัญหากันเอง ตนเองไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจ แต่ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด เพื่อทุกคนและเพื่อประเทศชาติ และแม้จะได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงต้องระมัดระวังตนเอง เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19