“สมชัย” จี้กกต. แจงคำตัดสินปม “บิ๊กติ๊ก” น้องชายนายกฯ ปมไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน

13

“สมชัย” จี้ กกต.ชี้แจงคำตัดสินปม “พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา” ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน อ้างบ้านยังสร้างไม่เสร็จและขาดเจตนาในการไม่แจ้ง ตอกย้ำให้เห็นถึงการทำงานที่เอนเอียงเข้ากับผู้มีอำนาจในบ้านเมือง

หลังจาก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้หยิบยกคดี “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินในส่วนของรายการบ้านและที่ดิน มาพิจารณาก่อนจะมีมติ 8 ต่อ 1 ตีตก เนื่องจากเห็นว่า สิ่งที่ พล.อ.ปรีชา ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาฟังขึ้น โดย ระบุว่า เหตุที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินบ้านและที่ดินต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากขณะนั้นบ้านหลังดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ จึงเข้าใจผิดว่า ยังไม่ต้องแจ้งต่อ ป.ป.ช. ซึ่งเมื่อดูข้อเท็จจริงแล้ว ป.ป.ช.เห็นว่า พล.อ.ปรีชา ขาดเจตนาจงใจปกปิด และเมื่อดูทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สิน พล.อ.ปรีชา งอกเงยผิดปกติ จึงมีมติตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าวตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 ต.ค.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ได้โพสต์ข้อความระบุว่า  ป.ป.ช. ควรออกมาชี้แจงประชาชนคำตัดสินของ ป.ป.ช. กรณี พลเอกปรีชา จันทร์โอชา ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สิน โดยมีคำแถลงเป็นเอกสารจาก ป.ป.ช.ถึงเหตุของการยกคดีเพียงไม่กี่บรรทัดว่า เนื่องจากเป็นบ้านที่สร้างไม่เสร็จและขาดเจตนาในการไม่แจ้งนั้น น่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้สังคมเชื่อถือ แถมยังเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการทำงานที่เอนเอียงเข้ากับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองอีกครั้ง นับแต่กรณีนาฬิกายืมเพื่อนของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

เราเชื่อว่า การลงมติถึง 8:1 ในกรณีดังกล่าว ต้องมีเหตุผลที่หนักแน่นเพียงพอ และสมควรตั้งโต๊ะแถลงต่อประชาชนให้เกิดความเข้าใจ  มิเช่นนั้นคนจะยิ่งเชื่อว่า องค์กรนี้ไม่มีประโยชน์ในการปราบปรามทุจริตและประพฤติมิชอบ ป.ป.ช. ที่เป็นตัวบุคคลมาแล้วไป แต่ศักดิ์ศรีแห่งองค์กรอิสระต้องรักษาไว้ อย่าคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กๆ ที่ออกเอกสาร หรือให้เจ้าหน้าที่มาแถลงแล้วจบ