“นิพนธ์” ประกาศ! ไทยพร้อมรับตำแหน่งประธานอาเซียนด้านภัยพิบัติปี2565

30

“นิพนธ์” ร่วมประชุม “รัฐมนตรีอาเซียน ด้านการจัดการภัยพิบัติ ครั้งที่ 9” ผ่านระบบออนไลน์ ลั่นไทย พร้อมรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติปี พ.ศ.2565 มุ่งพัฒนา หนุนความร่วมมือด้านการจัดการภัยพิบัติของอาเซียน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

วันที่14 ต.ค.2564 เวลา 08.30 น. ที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ครั้งที่ 9 (The 9th ASEAN Ministerial Meeting on Disaster Management : The 9th AMMDM) และการประชุมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมีสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธานการประชุมฯ มีผู้เข้าร่วมการประชุมฯ ประกอบด้วยผู้แทนระดับรัฐมนตรีด้านการจัดการภัยพิบัติจากประเทศสมาชิกอาเซียน  เลขาธิการอาเซียน เอกอัครราชทูตจีนประจำอาเซียน เจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติของประเทศคู่เจรจา (สาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศญี่ปุ่น) ผู้บริหารระดับสูงจากองค์การสหประชาชาติ และ องค์การระหว่างประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 80 คนนายนิพนธ์ บุญญามณี ได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงของ ในหัวข้อ“Strengthening Partnership and Innovation for Disaster Management in ASEAN” เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญในการหารือร่วมกันในการขับเคลื่อนงานด้านการจัดการภัยพิบัติของภูมิภาค ได้แก่ การเก็บข้อมูลความเสี่ยง การบูรณาการความร่วมมือและสร้างความตระหนักในบทบาทและหน้าที่ของแต่ละภาคส่วนในการให้ความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรม การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการขับเคลื่อนและติดตามการปฏิบัติงานตามแผนงาน การจัดทำแผนงานและแผนปฏิบัติการในการรับมือภัยพิบัติในภูมิภาค และการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยคำนึงถึงเพศสภาวะและครอบคลุมประชากรในทุกกลุ่มร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของความเป็นหุ้นส่วนและสนับสนุนการใช้นวัตกรรมเพื่อสร้างความเข้มแข็ง พร้อมรับมือภัยพิบัติตามเป้าหมายสำคัญของภูมิภาคอาเซียนที่มุ่งสู่การเป็นภูมิภาคที่มีภูมิคุ้มกันสามารถอยู่ร่วมกับภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืนทั้งนี้ ได้แสดงความพร้อมรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ ในปี พ.ศ.2565 โดยกำหนดแนวทางในการขับเคลื่อนงานระหว่างดำรงตำแหน่งประธานฯ คือ  “BALANCING ACT” เพื่อสนับสนุนนโยบายการพัฒนาที่สมดุลหลังโควิด – 19 และตอกย้ำถึงประเด็นเร่งด่วนที่ภูมิภาคให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการเตรียมการล่วงหน้าก่อนเกิดภัยพิบัติ การคำนึงถึงเพศภาวะและประชากรทุกกลุ่ม การขับเคลื่อนหลักการกรุงเทพฯ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคสาธารณสุขจากภัยพิบัติ เป็นต้น รวมถึงการเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดีของอาเซียนในเวทีการประชุมระหว่างประเทศต่าง ๆ รวมทั้งการประชุมระดับรัฐมนตรีแห่งเอเชียและแปซิฟิกว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ

“ประเทศไทยมีความพร้อม มีความตั้งใจและมุ่งมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ประธานอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติในปี 2565 และหวังว่าจะได้รับการต้อนรับทุกท่านในการประชุมในปี 2022 โดยจะสานต่องานที่ได้ริเริ่มเอาไว้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และบรรลุเป้าหมายในการสร้างประชาคมอาเซียนที่ปลอดภัยอย่างสมดุล โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” รมช.มหาดไทย กล่าว