‘จุรินทร์’ กระชับอำนาจ ฝันไกลเป็นนายกฯ เบื้องหลังป่วนหนัก

117

จุรินทร์ กระชับอำนาจ ดันคนตัวเองหงาด คนไม่ลงรอยด้วยอาจถูกลอยแพ ‘อันวาร์-นิพิฏฐ์’ โวยพรรคไม่เห็นหัว พื้นที่พัทลุง หักคอ ส่ง “ลูกชาย” นายกอบจ.พัทลุง ชิงเก้าอี้ส.ส.แทน แบบไม่เห็นหัว ส่วน”อันวาร์” เจอปลดไม่แพ้กัน ท่ามกลางเสียงวิจารณ์แซด หนุนแต่คนของตัวเอง เป้าหมายส.ส.เกิน 100 เป็นแกนนำรัฐบาลวังเวง

การเคลื่อนไหวลงใต้ของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชิปัตย์ (ปชป.) จังหวัดนราธิวาส สตูล พัทลุง และตรัง สร้างความสั่นสะเทิอนทั้งภายในและนอกพรรคไม่น้อย สั่นสะเทือนภายใน จากการเปิดตัว เมธี ลาบานูน อย่งชิงพื้นที่นราธิวาส แต่อีกด้านหนึ่ง ทิ้งอัลวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี และเป็น ส.ส.หนึ่งเดียวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

การลงพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ใช้แคมเปญ “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” ยังเดินหน้าและประสบความสำเร็จโดยต่อเนื่อง จึงได้เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย นายเมธี อรุณ นักร้องดังวงลาบานูน นายเจะอามิง โตะตาหยง อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่กลับเข้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง และ นายกูอาเซ็ม กูจินามิง อดีต ส.ส. ประชาธิปัตย์ พร้อมมอบเสื้อแจ็คเก็ต ตราสัญลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ให้กับผู้สมัคร

“วันนี้ เมธี ลาบานูน ตัดสินใจเข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะคนรุ่นใหม่ที่เดินเข้าพรรค หรือเป็นเลือดใหม่ที่ไหลเข้ามาสู่พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการก้าวมาสู่วงการเมืองครั้งนี้ไม่ใช่ไม่มีการเตรียมการ ที่ผ่านมาก็ทำกิจกรรมเพื่อสังคมในนามจิตอาสา องค์กรแห่งความรักมาเป็นเวลาหลายปีต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือสังคมทั้งด้านการศึกษา และกลุ่มเยาวชน ที่สำคัญยังเป็นอาจารย์สอนรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เป็นเวลากว่า 4 ปี ดังนั้นการก้าวเข้ามาสู่พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้ง จึงถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความเหมาะสม และเชื่อว่าจะได้รับการต้อนรับจากพี่น้องชาวนราธิวาส และคนไทยทั้งประเทศอย่างอบอุ่น” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

ส่วนนายเจะอามิง โตะตาหยง ตัวแทนของ “เลือดเก่าไหลกลับ” เป็นผู้ร่วมอุดมการณ์กับพรรคมายาวนาน เป็นเพื่อนผู้แทนราษฎรในช่วงเดียวกับตนมาหลายสมัย มาถึงวันนี้ นายเจะอามิง เป็นผู้แทนราษฎรมาแล้ว 5 สมัย เพียงแต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ลาออกจากพรรค และไปลงสมัครรับเลือกตั้งในนามพรรคการเมืองอื่น สำหรับครั้งนี้ได้ตัดสินใจแล้วชัดเจนว่าจะขอเป็นเลือดเก่าไหลกลับ พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อมาร่วมกันสร้างพรรคให้เติบโตต่อไปโดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดชายแดนภาคใต้

สร้างกระแสบวกได้ไม่นาน กลับมาปัญหาที่ปัตตานี เมื่ออัลวาร์ สาและ ส.ส.หนึ่งเดียวของ 3 จังหวัดภาคใต้ ที่บทบาทเรียกร้องการปฏิรูปพรรค และดูเหมือนไม่ให้การยอมรับนายจุรินทร์ มากนัก ถูกข้ามหัว โดยในระหว่างเดินสายกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย หารือกับพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายนิพันธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี หอการค้าจังหวัดปัตตานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดปัตตานี และพบปะสมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ที่ สมาคมการประมงจังหวัดปัตตานี ถนนนาเกลือ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี เพื่อแก้ปัญหาการประมง แต่กลับมีปัญหาไม่มีรายชื่อนายอัลวาร์ สาและ ในฐานะส.ส.ในที่ประชุม และในการเชิญว่าที่ผู้สมัครเข้าประชุม ไม่ได้เชิญนานอันวาร์ แต่กลับมีชื่อคนที่จะลงเชตนายอันวาร์ กลายเป็นกระแสว่า ประชาธิปัตย์จะไม่ส่งนายอันวาร์ ลงสมัคร ส.ส.ในการเลือกตั้งคราวหน้า

กรณีนายอันวาร์ สาและ เป็นการผิดปกติวิสัยที่จะต้องมีการหารือกับส.ส.พื้นที่ เพื่อรับฟังปัญหาของประชาชนในจังหวัดนั้นๆ แม้กระทั่งในงานพบสมาคมประมงปัตตานี ก็ไม่ได้การเตรียมที่นั่งไว้ให้นายอันวาร์ ในฐานะที่เป็นส.ส.เจ้าของพื้นที่ แต่กลับมีที่นั่งให้ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ส.ส.ในพรรคที่ทราบเรื่องต่างวิพากษ์วิจารณ์มาก ว่า สะท้อนถึงผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้จะสนับสนุนเพียงแค่คนของตัวเอง ส่วนคนที่คุมไม่ได้ หรือไม่ใช่พรรคพวกตัวเอง มีความพยายามสร้างแรงกดดันจนทำให้ต้องออกจากพรรคไป

ถัดมาไม่กี่วัน พรรคได้แจ้งข่าวผ่านไลน์กลุ่มส.ส.ภาคใต้ ให้มาร่วมรับประทานอาหารค่ำที่โรงแรมกับหัวหน้าพรรค ขณะที่ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค และรมช.มหาดไทย หารือถึงการวางตัวผู้สมัครส.ส.พัทลุงว่า ในเขต1 จะส่งน.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีตส.ส.พัทลุง ส่วนเขต3 ส่งนายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง ลงในเขตเดิม ขณะที่ เขต2 พื้นที่เดิมของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่จะไม่ลงสมัคร ส.ส.แล้ว ได้ปรึกษาน.ส.สุพัชรี กับนายนริศ แล้วเห็นตรงกันว่า จะส่งนายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายของนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)พัทลุงลงแทน

ทำให้นายนิพิฏฐ์ พูดขึ้นมาในที่ประชุมว่า พรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้ถึงไม่ถามส.ส.เจ้าของเขตเก่าตามธรรมเนียมปฎิบัติก่อนหรือว่า มีคนที่จะส่งแทนหรือไม่ ทำไมจึงรวบรัดตัดตอน จนเป็นเหตุให้นายนิพิฏฐ์ โพสต์ข้อความในช่วงเช้าอีกวัน ตัดพ้อถึงการไม่ให้เกียรติ และการสูญเสียนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายกรณ์ จาติกวณิชไป ทั้งนี้ มีรายงานว่านายชวน หลีกภัย และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคได้โทรศัพท์ไปหานายนิพิฏฐ์ เพื่อให้กำลังใจ และสอบถามต้นสายปลายเหตุกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว และตามธรรมเนียนปฏิบัติของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อส.ส.เจ้าของพื้นที่เขตลุกขึ้นจากตำแหน่ง ผู้บริหารภายในพรรคจะสอบถามเจ้าของพื้นที่เดิมว่า มีใครจะแนะนำหรือเล็งบุคคลใดไว้เพื่อให้มาลงแทนตัวเองหรือไม่ แต่สำหรับครั้งนี้กลับไม่มีการพูดคุยนายนิพิฏฐ์แต่อย่างใด

นอกจากปัญหาจัดวางตัวผู้สมัครส.ส.ในจังหวัดพัทลุงแล้ว ยังมีปัญหาเกิดขึ้นที่จังหวัดพังงาด้วย หากการเลือกตั้งครั้งหน้า จะใช้บัตรเลือกตั้งสองใบ จังหวัดพังงาจะมีเขตเลือกตั้งเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเขต จากเดิมเขต1 มีนางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงาเดิมลงอยู่แล้ว เขต2 ที่เพิ่มขึ้น นายราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้ขอลงในเขตดังกล่าวเพราะพื้นเพเป็นคนพังงา แต่นายจุรินทร์ จะสนับสนุนนายบำรุง ปิยนามวาณิช (โกหลี่) อดีตนายก อบจ.พังงา ลงในเขตนี้ และให้นายราเมศไปเลือกลงสมัคร ส.ส.ในพื้นที่เขตกทม.

ความปั่นป่วนในประชาธิปัตย์ จากการกระชับอำนาจของนายจุรินทร์ ที่พยายามกัดกันคนที่ไม่ใช่พวกตัวเองออกไป ทำให้เป้าหมายที่วางไว้ว่า จะได้ ส.ส.เกิน 100 ในการเลือกตั้งคราวหน้า ดูวังเวง