โทษหนัก ถึงประหาร อสส.สั่งฟ้องผกก.โจ้ กับ พวก ทุกข้อหา ซ้อมผู้ต้องหาถึงชีวิต

86

อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง ผกก.โจ้ และพวก ทุกข้อหา โทษหนักประหารสถานเดียว ไม่มีจำคุก ระบุเป็นการเปิดมิติใหม่คดีซ้อมทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิตโดยทรมาน ทารุณโหดร้าย

จากกรณีพนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ สรุปสำนวนคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ และลูกน้องรวม 7 คน ซ้อมทรมานนายจิระพงศ์ หรือ มาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ส่งให้ให้พนักงานอัยการ พิจารณาคดีสั่งฟ้อง แล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2564 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังพนักงานอัยการได้รับมอบสำนวนคดีดังกล่าวจากทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ทางอัยการสูงสุดได้มีความเห็นสั่งฟ้องกับผู้ต้องหาทั้งหมด ในทุกข้อหา ที่ทางพนักงานสอบสวนตั้งไว้ ประกอบด้วย “เป็นเจ้าพนักงานของรัฐร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด,

เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันฆ่านายจิระพงศ์หรือมาวิน ธนะพัฒน์โดยไต่ตรอง ทรมานหรือทารุณโหดร้าย ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใดโดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือผู้อื่นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมสิ่งนั้น” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91, 157, 309 วรรคสอง, 289 (5) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า ทั้งนี้จากการที่อัยการพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมดในทุกข้อกล่าวหา โดยเฉพาะข้อหาตามมาตรา 289 (5) ฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและฆ่าโดยทรมานทารุณโหดร้าย ถือเป็นมิติใหม่ของการเอาผิดผู้ต้องหาคดีลักษณะดังกล่าว เนื่องจากแนวฎีกาเดิมที่ผ่านๆมาผู้ต้องหาจากคดีลักษณะนี้มักจะถูกดำเนินคดีในข้อหาตามมาตรา 288 ว่าด้วย ผู้ใดฆ่าผู้อื่น ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่15-20 ปี

แตกต่างจากมาตรา 289(5) ที่ มีโทษประหารชีวิตสถานเดียว โดยไม่มีโทษจำคุก นั่นเท่ากับว่าหากคดีถึงที่สุดแล้วศาลมีคำตัดสินพิพากษาว่าผิดจริง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก จะต้องรับโทษประหารชีวิตเพียงสถานเดียว ซึ่งหลังจากนี้ภายในสัปดาห์หน้าทางอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต จะทำการยื่นฟ้อง พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และพวก ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป