พท.ชูธง! ต้าน เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เต็มอัตรา ฉะยับ อย่าซ้ำเติมปชช.

36

พรรคเพื่อไทย ชูธงค้าน รัฐบาล เตรียมจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ชี้ เท่ากับซ้ำเติม ประชาชน ที่ยังชักหน้าไม่ถึงหลัง ในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19

วันที่ 19 ม.ค.2565 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมจัด เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เต็มอัตรา 100% ในปี 2565 ว่า รัฐบาลกำลังจะซ้ำเติมวิกฤติประชาชน ที่ยังมีรายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ให้ล้มตายกันมากขึ้น เพราะภาษีตัวนี้จะกระทบกับผู้ประกอบการที่ยังไม่ฟื้นตัว จากผลกระทบของโรคระบาดโควิด-19

หากรัฐจะ เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูก แล้ว จากเดิมที่เคยมีต้นทุนการทำธุรกิจที่เกิดขึ้นจากภาษีที่ดิน 10% จะเพิ่มขึ้นเป็น 100% ทันที เมื่อต้นทุนเพิ่มขึ้นจะยิ่งทำให้สินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้รับผลพวงจากการปรับภาษีจะยิ่งแพงขึ้น และอาจกลายเป็นค่าใช้จ่ายสะสมที่สูบเลือดสูบเนื้อ ผลสุดท้ายคนที่รับกรรมคือประชาชน

นายชนินทร์ กล่าวว่า รัฐบาลที่นำโดยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงบริหารจัดการแผ่นดินแบบคงเส้นคงวา หาเงินไม่เป็น ทำได้เพียงแต่ขึ้นภาษีเอากับประชาชน ในสภาวะการณ์เช่นนี้ ผู้ครอบครองที่ดินเปล่าที่เป็นประชาชนคนทั่วไป จะหาเงินจากไหนมาจ่ายภาษีได้ เพราะบางคนตกงาน ไม่มีรายได้ มีที่ดินแต่ไม่มีทุนทำต่อ ส่วนในกลุ่มของผู้ประกอบการเอง ก็ยังไม่มีความพร้อมในการลงทุนตอนนี้ เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โรคระบาดยังไม่มีทีท่าว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เพราะมีรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทุกด้าน

ทั้งนี้ แม้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นถูกแช่แข็งขาดการพัฒนา เพราะขาดรายได้จากการจัด เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว แต่ในยามวิกฤติเช่นนี้ รัฐบาลที่ดีก็ควรคิดปรับโครงสร้างการใช้งบประมาณในภาพรวม อุดหนุนเม็ดเงินมาเติมในส่วนนี้ เพื่อให้ทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น และภาคธุรกิจต่างๆ สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ไม่ใช่คิดแต่ขูดรีดเอาภาษีจากประชาชนท่าเดียว

“จริงๆแล้วยังมีวิธีการอื่น ที่สามารถหางบประมาณมาอุดหนุนส่วนนี้ได้ เช่น 1.ออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณ โยกงบจัดซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆที่จัดเตรียมไว้ในงบประมาณประจำปี 2565 ตลอดจนงบซื้อเครื่องบินรบ และอื่นๆ ที่เตรียมขออนุมัติในงบประมาณประจำปี 2566 รวมมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท มาเพื่ออุดหนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

2.ใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากงบประมาณตาม พ.ร.ก.กู้เงิน ทั้ง 2 ฉบับ รวม 1.5 ล้านล้านบาท มาชดเชยและฟื้นฟูท้องถิ่นตามวัตถุประสงค์ แทนที่จะเก็บไว้โยกไปใช้กับโครงการประชานิยมจนหมด ทั้งนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศไทยจนถังแตก สร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ไม่เป็น เก่งแต่ขูดรีดค่าธรรมเนียมและภาษีเอาจากประชาชนที่หมดทางสู้ หากท่านยังคิดจะอยู่เป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตและการทำมาหากินของประชาชนต่อ ประเทศไทยคงได้พังทั้งแผ่นดิน” นายชนินทร์ กล่าว