“พาณิชย์” แก้ปุ๋ยแพง จ่อนำเข้าจาก ซาอุฯ 8 แสนตัน นัดตั้งโต๊ะเจรจา 29 มิ.ย.นี้

97

กระทรวงพาณิชย์ เตรียมแก้ปัญหาราคาปุ๋ยแพง โดยการเจรจานำเข้าจาก ซาอุเดียอารเบีย จำนวน 8 แสนตัว ในรูปแบบจับคู่ธุรกิจ กับ ผู้ประกอบการของไทย กับ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่จากซาอุฯ

วันที่ 25 มิ.ย.2565 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุม การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าระหว่างไทยกับซาอุดีอาระเบียในโอกาสที่คณะนักธุรกิจซาอุดีอาระเบียเดินทางเยือนไทยร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมเอเชียใต้ ตะวันออกกลางและแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ ผู้แทนภาครัฐและเอกชน ว่า การหารือครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษในการนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบีย โดยเบื้องต้นจะนำเข้ามาประมาณ 8 แสนตัน ซึ่งจะช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาการขาดแคลนปุ๋ยได้

โดยได้เชิญภาคเอกชนมาประชุมร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อเตรียมการนำเข้าปุ๋ยอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากนายกรัฐมนตรีนำคณะภาครัฐและเอกชนเปิดสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบีย มีความคืบหน้าทั้งการค้าและการลงทุนระหว่าง 2 ประเทศเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนำคณะไปเยือนซาอุดีอาระเบีย จากนี้ไปจะเป็นกิจกรรมเชิงลึกด้านการค้าที่กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มเติมต่อไป การนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบีย ปกติประเทศไทยนำเข้าปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบียผ่านบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สุดคือ บริษัท SABIC (Saudi Basic Industries Corporation) ซึ่งมีผลผลิตปุ๋ยยูเรียปีละ 2.2 ล้านตันต่อปี และประเทศไทยเป็นลูกค้ารายสำคัญของบริษัท

นอกจากนี้มีข่าวดีคือขณะนี้ทางการซาอุดีอาระเบียเปิดโอกาสให้บริษัทที่ผลิตปุ๋ยของซาอุฯ อีก 2 บริษัทสามารถเจรจาขายปุ๋ยให้กับประเทศไทยได้ คือ บริษัท MA’ADEN (Saudi Arabian Mining Co.) และบริษัท ACO group ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของ Alim Investment Co. Ltd. Saudi Arabia ซึ่งเป็นผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ลำดับต้นของซาอุดีอาระเบีย “ประเทศไทยมีการรวบรวมตัวเลขผ่านสภาหอการค้าและสมาคมการค้าปุ๋ยไทยเบื้องต้นมีความประสงค์ซื้อปุ๋ยจากซาอุดีอาระเบียรวม 8 แสนตัน เป็น ยูเรีย 5.9 แสนตัน ปุ๋ยฟอสเฟต 1.93 แสนตัน และปุ๋ยโพแทสเซียม 2.5 หมื่นตัน”

ทั้งนี้ จะมีการเจรจาซื้อ-ขายกัน ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะจัด Business Matching จับคู่ธุรกิจให้มีการพบกันระหว่างผู้ส่งออกปุ๋ยรายใหญ่ 3 รายของซาอุฯ กับผู้นำเข้าปุ๋ยของไทยทั้งหมดที่สนใจ ช่วยให้การเจรจาซื้อปุ๋ยจากซาอุฯเป็นรูปธรรม

นายจักรา ยอดมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายในกล่าวว่า กรมการค้าภายใน ได้อนุมัติให้กลุ่มสินค้าปุ๋ยเคมีทุกสูตรปรับราคาขึ้น ณ หน้าโรงงานตามต้นทุนที่แท้จริง หลังจากกลุ่มสินค้านี้ถือว่าเป็นการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศมา 100% ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสงครามรัสเซียและยูเครน โดยรัสเซียเป็นประเทศที่ไทยนำเข้าปุ๋ยเคมีค่อนข้างมากและยังได้รับผลกระทบด้านอื่นๆ อีก ดังนั้น กรมจึงเห็นว่ากลุ่มสินค้านี้ได้รับผลกระทบจริงและมากพอควร จึงได้อนุมัติให้ปรับราคาสินค้าปุ๋ยเคมีขึ้นตามต้นทุนที่แท้จริงขณะที่สินค้าอุปโภคและบริโภคอื่นๆ ที่ขอปรับราคาสินค้าขึ้น กรมยังไม่มีการให้ปรับขึ้นแต่อย่างใด โดยเห็นว่าแม้ต้นทุนวัตถุดิบอื่นๆ จะขยับขึ้นไปบ้าง แต่เมื่อวิเคราะห์ชนิดสินค้าออกมาได้ยังไม่สูงขึ้นไปมาก จึงขอให้ตรึงสินค้าต่อไปก่อนเพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้กับประชาชน

มีรายงานแจ้งว่า ปัจจุบันไทยต้องการใช้ปุ๋ยเคมี8.06 ล้านตันต่อปี โดยไทยนำเข้าปุ๋ยปีละ 5 ล้านตันแหล่งนำเข้าแม่ปุ๋ยที่สำคัญคือ จีน รัสเซีย ตะวันออกกลางและแคนาดา