“สมศักดิ์” ลั่น บุก อย.ทวงความยุติธรรมให้ “กระท่อม” ดันเป็นพืชศก. สร้างรายได้

54

“สมศักดิ์” เตรียมบุก อย. ทวงความยุติธรรม ปัญหาผลิตภัณฑ์กระท่อม หลังชาวบ้านสงสัย ทำไมกัญชาขายได้ ยันทำทุกอย่างเข้าตามตรอกออกตามประตู หวังช่วยผลักดัน สร้างรายได้ให้ประชาชน พร้อมวางศิลาฤกษ์ อนุสรณ์สถานบ้านนาสาร แห่งแรกของไทย หลังครบรอบ 1 ปีปลดล็อก “กระท่อม” ยกเป็นหมู่บ้านต้นแบบ ขอบคุณชาวใต้สนับสนุนจนสำเร็จ

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2565 เวลา 16.00 น. ที่อบต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ อนุสรณ์สถานพืชกระท่อม โดยมี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นายธีระยุทธ วานิชชัง ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นายกัมปนาถ กลิ่นเสาวคนธ์ นายอำเภอบ้านนาสาร หัวหน้าส่วนราชการ นายสงคราม บัวทอง อดีตกำนัน ต.น้ำพุ และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมงานโดยก่อนเข้างาน ว่าที่ ร.ต.รังสฤษฎ์ สาริพัฒน์ ประธานเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนพืชกระท่อมไทย เป็นตัวแทนกลุ่มผู้เสียหาย ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม หลังมีกลุ่มบุคคลหลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับวิสาหกิจหลายแห่ง ในการขับเคลื่อนพืชกระท่อม และอ้างว่ารู้จักกับคนดังหลายคนเพื่อความน่าเชื่อถือ จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาช่วยเหลือจากนั้นนายสมศักดิ์ กล่าวเปิดงานว่า ตนต้องขอบคุณ กำนันสงคราม และชาวบ้าน บ้านนาสาร ที่เป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พืชกระท่อม และเป็นเจ้าของพืชกระท่อม เราผลักดันกฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ผ่าน ส.ส. ส.ว. จนสำเร็จโดยใช้เวลา 1 ปีครึ่ง แต่ยังมี ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ที่อยู่ระหว่างการรอโปรดเกล้าฯ บังคับใช้เป็นกฎหมาย เชื่อหากออกมาแล้วเราจะทำอะไรได้คล่องขึ้น วันนี้ครบรอบ 1 ปีที่กระท่อมถูกกฎหมาย ที่ผ่านมาเราทำทุกอย่างตามขั้นตอน เข้าตามตรอกออกตามประตูตลอด ตนขอขอบคุณชาวบ้านที่เชิญมาวางศิลาฤกษ์ ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อเป็นการรำลึกถึงพื้นที่ประวัติศาสตร์นำร่อง และจะมีการสร้างศูนย์เรียนรู้พืชกระท่อมอีกด้วย บ้านนาสาร ถือเป็นสถานที่สำคัญ เป็นหมู่บ้านต้นแบบของการอนุรักษ์พืชกระท่อม เป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง รวมถึงพัฒนาไปเป็นพื้นที่เศรษฐกิจนายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า เมื่อก่อน มีหมู่บ้านนำร่องของ ป.ป.ส. 157 หมู่บ้าน ใน 12 จังหวัด ครอบครองกระท่อม 24,573 ต้น โดยหลังปลดล็อกมา 1 ปี มีประชาชนนิยม จนปลูกมากกว่า 1 ล้านต้นแล้ว โดยปัญหาของพืชกระท่อมหลังปลดล็อกมา 1 ปี มีการปลูกอย่างเสรีทำให้ราคาตกลง จากเมื่อก่อน กิโลกรัมละ 400-600 บาท ปัจจุบันราคาขายปลีกเหลือ 200 บาท ขายส่ง 120-150 บาท วันนี้ประชาชนยังขาดการสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐ ทั้งเรื่องการวิจัย พัฒนามาตรฐาน และการให้ความรู้ทางวิชาการ การสนับสนุนเรื่องการส่งออก การทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งตลาด อเมริกา และ จีน ต้องการมาก รวมถึงการผลักดันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร เครื่องสำอางค์ ซึ่งกำกับและควบคุม โดย องค์การอาหารและยา (อย.)“ป.ป.ส. ไม่ได้นิ่งนอนใจ ประสานกับหลายหน่วยงานเพื่อให้เกิดมิติรอบด้าน เช่น เซ็น MOU วิจัยพืชกระท่อมทั้งระบบ เพื่อส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ กับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรโครงการศึกษาวิจัย 22 โครงการ เพื่อการเพาะปลูกและพัฒนาสายพันธุ์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยขอนแก่น การส่งเสริมมาตรฐานการผลิตพืชกระท่อม ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร ท้ายที่สุดนี้ ผมต้องขอบคุณชาวใต้อีกครั้งที่สนับสนุนผม เป็นกำลังใจให้ผม ผ่านกฎหมายกระท่อม จนประสบความสำเร็จ”นายสมศักดิ์ กล่าวจากนั้น นายสมศักดิ์ได้มอบใบประกาศรับรอง แปลงกระท่อม 6 แปลงแรก ที่ได้รับมาตรฐาน GAP คือ แนวทางในการทำการเกษตร เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพดีและปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด จาก สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 7 และได้เดินทางไปรับชมแปลงพืชกระท่อมทั้ง 6 แปลงด้วย

ต่อมาเวลา 19.00 น. นายสมศักดิ์และคณะได้เดินทางไปยังโรงแรมไดมอน พลาซ่า โฮเทล เพื่อเปิดงาน“สร้างเศรษฐกิจเพื่อชาวใต้ เปลี่ยนพืชกระท่อม เป็นเงินสด” นายสมศักดิ์ ได้รับชมผลิตภัณฑ์ต่างๆที่นำมาจัดแสดง และกล่าวว่า ตนได้ให้ ป.ป.ส.ตั้งคณะทำงานเพื่อติดตามกับทาง อย. และ อยากให้บริษัท ผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้า รวมตัวกันมาลงชื่อที่ ป.ป.ส. และส่งตัวแทนไปคุยกับ อย. ซึ่งตนจะไปด้วย เพื่อให้รู้ว่า ยังติดขัดอะไรบ้าง ถึงยังทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆไม่ได้ ที่ผ่านมาตนพยายามสนับสนุนการวิจัยพัฒนามาตลอด วันนี้ตนได้พบกับพี่น้องที่ทำผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอด ซึ่งผมเชื่อว่าเราพัฒนาให้มีราคาได้ ตนและ ป.ป.ส.จะเป็นกำลังสำคัญในการไปหารือกับ อย. เพื่อให้แนวทางต่างๆสำเร็จทะลุทะลวงไปได้ ผลิตภัณฑ์ของเราเข้าตามตรอกออกตามประตู กฎหมายที่เราทำสมบูรณ์ทั้งนี้ มีคำถามจากชาวบ้านที่มาร่วมงานเขียนใส่กระดาษมา ถามว่าทำไมกัญชามาทีหลังกระท่อม แต่กลับมีขายตามร้านสะดวกซื้อแล้ว นายสมศักดิ์ กล่าวว่า กระท่อมเราทำตามกฎหมายปกติ แต่สำหรับกัญชา เขาปลดล็อกตามประมวลกฎหมายยาเสพติดใหม่ แต่ยังไม่มีกฎหมายรองเลย พึ่งเสนอเข้าสภาไป แต่เขาทำประกาศออกมา เพื่อลดความวุ่นวายระหว่างรอกฎหมาย และอาจเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งเขาอาจจะเร่งรัดในบางส่วน ซึ่งในทางกฎหมายกัญชายังไม่สมบูรณ์ แต่กระท่อมสมบูรณ์แล้ว ดังนั้นตนจะไปทวงความยุติธรรมให้เอง