กกต.แจงแนวทาง 180 วันอันตราย ผูัสมัคร ส.ส.ไปงานบวช งานแต่ง แต่ห้ามควักเงิน

55

กกต.แจงแนวปฏิบัติหาเสียง 180 วันอันตราย เผยกฎเหล็ก ผู้ดำรงตำแหน่งการเมือง-ส.ส.-ว่าที่ผู้สมัคร ร่วมงานประเพณีได้ แต่ต้องไม่ให้เงิน ส่วนผู้สมัครงดแจกของผู้ประสบภัยทุกกรณี ขรก.-จนท.รัฐ ต้องวางตัวเป็นกลาง

วันที่ 27 ก.ย.2565 ที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ร่วมประชุม ผู้อำนวยการสำนักงานกกต.ประจำจังหวัดทั่วประเทศ ผ่านระบบ ZOOM เพื่อชี้แจงให้ กกต.จังหวัด แต่ละจังหวัด ได้รับทราบแนวทางปฏิบัติ และชี้แจงพรรคการเมืองให้เป็นแนวทางเดียวกันเกี่ยวกับเกณฑ์การหาเสียงช่วง 180 วันก่อนสภาครบวาระ โดย เลขาธิการกกต. กล่าวว่า ต่อไปทาง กกต.จังหวัด จะมีหน้าที่เพิ่มขึ้นอย่างแรก คือ 1.รู้กฎหมายให้คำปรึกษาแก่ผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้ประสงค์จะสมัคร พรรคการเมือง 2.การวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าป้ายแบบนี้ถูกหรือไม่ ซึ่งการใช้ดุลพินิจจะต่างกันนั้น เนื่องจากข้อเท็จจริงในแต่ละป้ายคือข้อความในป้ายแตกต่างกัน จึงทำให้วินิจฉัยแตกต่างกันได้ ทั้งนี้ นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นด้วยเหตุนี้ ทางสำนักงานกกต.จึงจำเป็นต้องชี้แจงในวันนี้ลงไปในรายละเอียดเพื่อเป็นแนวทางให้กกต.จังหวัด ได้พิจารณาให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนายแสวง กล่าวว่า ขอชี้แจงเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 3 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ 1 พรรคการเมืองและผู้สมัคร

ผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองสามารถไปร่วมงานประเพณีต่าง เช่น งานแต่งงาน งานบวช งานศพและมอบพวงหรีดดอกไม้สดได้ แต่ต้องไม่มีการให้เงิน ทรัพย์สินต่างๆ ยกเว้นกรณีที่ฝ่ายเจ้าภาพได้จัดเตรียมสิ่งของตามพิธีการไว้ให้มอบในงานด้วยเช่นผ้าบังสุกุล ปัจจัยเป็นต้น ซึ่งไม่ใช่เงินของพรรคการเมือง หรือผู้สมัคร หรือการระบุชื่อไว้เป็นประธานในงานกฐิน โดยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สินของตนเอง สามารถกระทำได้ แต่ทั้งนี้เจ้าภาพจะประกาศชื่อ หมายเลขสมัคร ของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองในลักษณะที่ช่วยหาเสียงเลือกตั้งไม่ได้

ผู้สมัครที่มีความจำเป็นต้องจัดพิธีงานต่างๆ ในช่วง 180 วันสามารถจัดงานได้เท่าที่จำเป็น เช่น งานศพ งานบวช งานแต่งงาน แต่ให้หลีกเลี่ยงการจัดการงาน ที่มีลักษณะขนาดใหญ่ มีผู้เข้าร่วมมาก เพราะอาจเป็นเหตุให้มีการร้องคัดค้านว่าเป็นการจัดเลี้ยง จัดมหรสพ ซึ่งเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งได้
หัวหน้าพรรคการเมือง ผู้บริหารพรรคการเมือง ส.ส. ของพรรคการเมืองสามารถลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้สมัครในการหาเสียงเลือกตั้งได้

แต่ห้ามไม่ให้จัด หรือ นำคนไปช่วยหาเสียง โดยได้รับค่าตอบแทน หรือ สิ่งตอบแทน เช่น การจ้างให้เข้าร่วมรับฟัง โดยไม่ได้เป็นผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้ง
ผู้สมัครและพรรคสามารถเข้าไปหาเสียงในโรงเรียน หรือสถานที่ราชการได้แต่ต้องขออนุญาตเจ้าของสถานที่ก่อนดำเนินการหาเสียง ผู้สมัครและพรรคการเมืองไม่สามารถมอบของช่วยเหลือแก่ประชาชนในสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น การมอบสิ่งชองช่วยเหลืออุทกภัย วาตภัย อัคคีภัย และโรคระบาด หรือในเหตุที่เกิดขึ้นลักษณะเดียวกัน

ผู้สมัครและพรรคการเมืองสามารถติดประกาศแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยมีวิธีการ ขนาด จำนวนและสถานที่ติดตามที่กำหนดในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด สำหรับแผ่นป้ายที่ติดไว้ก่อนแล้ว จะต้องมีการแก้ไขให้มีขนาดและติดในสถานที่ตามที่กำหนดไว้ ปลพ ในการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครและพรรคการเมือง ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.2561 และระเบียบกกต.ว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการเสียงเลือกตั้งส.ส. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 3 ฉบับ อย่างเคร่งครัดกลุ่มที่ 2 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ก็คือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี หรือ ข้าราชการการเมืองอื่น ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง

ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ที่พึงต้องปฏิบัติในตำแหน่งนั้น เช่น การออกรายการวิทยุโทรทัศน์ เป็นประธานเปิดงานในพิธีต่างๆ การลงตรวจงานในพื้นที่ การพบปะประชาชนในพื้นที่ หรือการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน แต่ห้ามไม่ให้มีการกระทำการใด ๆที่เป็นการอาศัยตำแหน่งหน้าที่ในการกระทำการหาเสียงในแก่ตนเอง หรือผู้อื่น หรือพรรคการเมือง ทั้งนี้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถไปร่วมประเพณีต่างๆ เช่นงานบวช งานแต่งงาน งานศพ วางพวงหรีดดอกไม้ได้ แต่ต้องไม่มีการให้เงิน ทรัพย์สินใด ๆ กรณีเจ้าภาพได้จัดเตรียมสิ่งของตามพิธีการไว้ให้มอบในงานเช่น ผ้าบังสุกุล หรือระบุชื่อไว้เป็นประธานในงานกฐิน โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้มอบเงินหรือทรัพย์สินของตนเอง สามารถกระทำได้

ทั้งนี้เจ้าภาพจะประกาศชื่อ ในลักษณะช่วยเหลือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือพรรคการเมืองนั้นเพื่อหาเสียงไม่ได้ อย่างไรก็ตามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสามารถหาเสียงเลือกตั้งนอกเวลาราชการให้แก่ตนเอง หรือผู้สมัครอื่น หรือพรรคการเมืองได้ แต่ต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบกระทำการใด ๆ เพื่อเป็นคุณหรือโทษแก่พรรคการเมือง ผู้สมัครใด ส่วน ส.ส.และกรรมาธิการ ก็มีวิธีปฏิบัติเช่นเดียวกับข้าราชการการเมือง โดยไปทำหน้าที่ของตนเองได้ ไปรับฟังความเห็นในพื้นที่ พบประชาชน ก็เป็นการหาเสียงอย่างหนึ่งซึ่งไม่ขัดกฎหมายแต่อย่างใด

กลุ่มที่ 3 หน่วยงานของรัฐ สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ตามปกติ เช่น

1.การจัดประชุมสัมมนา การจัดกิจกรรมประกวด แข่งขันต่างๆ การจัดงานเทศกาลตามประเพณี และต้องปฏิบัติในเป็นไปตามมติครม.ลงวันที่ 1 ก.พ. 2562 ที่ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ และลูกจ้างในสังกัดราชการส่วนกลาง และภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐ ให้ความร่วมมือสนับสนุนการดำเนินการเลือกตั้งส.ส.

2.ให้ข้าราชการ พนักงาน ทุกระดับทั้งในส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น วางตัวเป็นกลางทางการเมือง

3.นับแต่มีพ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้งส.ส.จนถึงวันเลือกตั้ง การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ พนักงานให้กระทำเท่าที่จำเป็นเพื่อไม่ให้กระทบกับการเลือกตั้ง

4.ให้ราชการส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่นให้การสนับสนุนสถานที่ เพื่อให้เป็นสถานที่จัดการเลือกตั้ง รวมถึงสนับสนุนเป็นสถานที่ติดประกาศ และแผ่นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง 5 ให้มีการสนธิกำลังระหว่างทหาร ตำรวจ พลเรือน และอาสาสมัคร ด้านความปลอดภัยเพื่อการคุ้มครองประชาชนและเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้รับความปลอดภัย ซึ่งหลักสำคัญคือข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางทางการเมือง

ส่วนการปิดประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ให้จัดทำประกาศโดยกำหนดให้จัดทำเป็นแนวตั้งขนาดไม่เกิน 30X42 ซม. หรือขนาด A3 ส่วนการจัดทำแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้จัดทำได้โดยมีขนาดไม่เกิน 130X245 ซม. โดยการจัดทำประกาศและแผ่นป้ายเกี่ยวกับการเลือกตั้งให้ระบุชื่อ-สกุล ที่อยู่ของผู้ว่าจ้าง ผู้ผลิต จำนวน และวันเดือนปีที่ผลิตไว้บริเวณที่ชัดเจนของแผ่นป้ายและประกาศเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วย