หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ “อลงกรณ์” ชูนโยบบาย “ธนาคารชุมชน” ดีกว่าแจก “เงินดิจิตัล1หมื่นบาท”

“อลงกรณ์” ชูนโยบบาย “ธนาคารชุมชน” ดีกว่าแจก “เงินดิจิตัล1หมื่นบาท”

“อลงกรณ์” เชื่อมั่นนโยบาย “ธนาคารหมู่บ้านธนาคารชุมชน” ของพรรคประชาธิปัตย์ ดีกว่า ยั่งยืนกว่านโยบาย “เงินดิจิตอล1หมื่นบาท” ของพรรคเพื่อไทย ยินดีรับฟัง “เศรษฐา” หากคิดโต้แย้ง

วันที่ 10 เม.ย.2566 กรณีการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายแจกเงินดิจิตอล1 หมื่นของพรรคเพื่อไทยทั้งแง่บวกแง่ลบอย่างกว้างขวาง วันนี้ (10 เม.ย.) นายอลงกรณ์ พลบุตรรองหัวหน้าพรรค และ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)เป็นอีกคนหนึ่งที่ออกมาให้ความเห็นในอีกแง่มุมที่น่าสนใจโดยเขียนบทความสั้นในเฟสบุ้ค “อลงกรณ์ พลบุตร” และไลน์ส่วนตัวเรื่อง “เงินดิจิตอล & ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน : ความต่างของนโยบายพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์” เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายธนาคารหมู่บ้าน-ธนาคารชุมชนของพรรคประชาธิปัตย์ ในเชิงเปรียบเทียบกับนโยบายเงินดิจิตัลของพรรคเพื่อไทยไว้อย่างชัดเจนพร้อมเปิดโอกาส นายเศรษฐา ทวีสิน โต้แย้งชี้แจงแลกเปลี่ยนมุมมอง โดยนายอลงกรณ์เขียนไว้ดังนี้

“เงินดิจิตอล VS ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน ความต่างของนโยบายพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์”

กรณีมีการวิจารณ์กันมากเรื่องนโยบายแจกเงินดิจิตัล1 หมื่นของพรรคเพื่อไทยนั้น ผมสงวนความเห็นไม่กล่าวถึงประเด็นทำได้หรือไม่ ขัดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ แต่จะเสนอนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ให้เห็นเป็นการเปรียบเทียบ นั่นคือ นโยบายธนาคารหมู่บ้าน ธนาคารชุมชนทุกหมู่บ้านทุกชุมชนใน77 จังหวัด เป็นการจัดตั้งระบบธนาคารท้องถิ่นเพื่อให้บริการเงินฝากและสินเชื่อรวมทั้งบริการอื่นๆ ใช้เทคโนโลยีธนาคารดิจิตอล(Fintech) ปัญญาประดิษฐ์(AI)และบล็อคเชน(Blockchain)แบคอัพการบริหาร โดยใช้เงิน 2 แสนล้าน เป็นทุนประเดิมเริ่มต้นเป็นเงินหมุนเวียน ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวจบแบบเงินดิจิตอล1หมื่นของพรรคเพื่อไทย

สรุปคือ ธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชน
1.เป็นการปฏิรูประบบธนาคารใหญ่ที่สุด โดยให้มีระบบธนาคารหมู่บ้านธนาคารชุมชนเป็นครั้งแรกในรอบกว่า100ปี ที่มีแต่ระบบธนาคารพาณิชย์ระดับชาติ
2.เป็นสถาบันการเงินเพื่อสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ชุมชนและครัวเรือนเพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเขื่อและทุนของชาวบ้านทั้งในชนบทและในเมือง
3.ส่งเสริมระบบสินเชื่อเงินฝากและเงินออมโดยชุมชนของชุมชนเพื่อชุมชน
4.เป็นเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจแบบยั่งยืนสร้างโอกาสทางการค้าธุรกิจการลงทุนสร้างอาชีพสร้างรายได้และเป็นการแก้ปัญหาหนี้สินความยากจนและแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
5.กรณีต้องใช้สินเชื่อเพื่อการลงทุนจำนวนมากหลักล้านสามารถใช้บริการของกองทุน Startup SME 3 แสนล้าน

ผมคิดว่า นโยบายธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชน 2 ล้านบาทตอบโจทย์ทั้งการกระตุ้นเศรษฐกิจและการเข้าถึงสินเชื่อของชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายรวมทั้งส่งเสริมการออมระดับครัวเรือนชุมชนหมู่บ้านอย่างยั่งยืนบนหลักการของวินัยการเงินการคลังท้องถิ่น

นี่คือวิสัยทัศน์และนโยบายธนาคารหมู่บ้านและธนาคารชุมชนภายใต้ยุทธศาสตร์ “สร้างเงินสร้างคนสร้างชาติ” ของพรรคประชาธิปัตย์ที่กำหนดนโยบายด้วยความรอบคอบรับผิดชอบต่อวันนี้และอนาคตข้างหน้า เชื่อว่าจะสร้างความยั่งยืนในระบบการเงินภาคประชาชนและรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศโดยกระทบหนี้สาธารณะน้อยที่สุด ดีกว่านโยบายเงินดิจิตัลของพรรคเพื่อไทย หรือ คุณเศรษฐา ทวีสิน จะโต้แย้งชี้แจงก็ยินดีรับฟังแลกเปลี่ยนมุมมองกันตามวิถีทางประชาธิปไตยครับ.

อลงกรณ์ พลบุตร
รองหัวหน้าพรรคและทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์
10 เมษายน 2566