หน้าแรก ในประเทศ ชงถอนวีซ่าคู่! ‘อิสราเอล-ฝรั่งเศส’ เปิดศึกปมธงปาเลสไตน์กลางเกาะสมุย ลามตั้งค่าหัว-กระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

ชงถอนวีซ่าคู่! ‘อิสราเอล-ฝรั่งเศส’ เปิดศึกปมธงปาเลสไตน์กลางเกาะสมุย ลามตั้งค่าหัว-กระทบภาพลักษณ์ท่องเที่ยว

ฝ่ายความมั่นคงจังหวัดสุราษฎร์ธานีเตรียมลงดาบเด็ดขาด รวบรวมหลักฐานเสนอเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศ 2 นักธุรกิจชาวต่างชาติ หลังก่อเหตุขัดแย้งส่วนตัวลุกลามใหญ่โตปมติดธงชาติปาเลสไตน์บนเกาะสมุย จนถูกตั้งค่าหัว 5 แสนบาท เสียหายถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวและความมั่นคงของประเทศ
​ชนวนเหตุจากคาเฟ่สัตว์เลี้ยงสู่แชทหลุด-ศาลสั่งปรับ

​พ.อ.ฐิติพงษ์ อินวะษา รอง ผอ.รมน.จ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ปัญหาเริ่มขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลเข้าไปใช้บริการคาเฟ่สัตว์เลี้ยงของ นายเควิน ชาวฝรั่งเศส จนเกิดการโต้เถียงกัน จากนั้นนายเควินได้นำธงชาติปาเลสไตน์พร้อมป้ายต้อนรับชาวปาเลสไตน์มาติดไว้หน้าร้าน ทำให้ นายจาคอบ นักธุรกิจร้านอาหารชาวอิสราเอล ทักแชทไปขอให้ปลดธงแต่ถูกปฏิเสธ จนเกิดการปะทะวาจาและมีการนำข้อความแชทไปโพสต์ลงโซเชียล

​เรื่องราวนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี โดยล่าสุดศาลจังหวัดเกาะสมุยได้มีคำพิพากษาปรับนายจาคอบเป็นเงิน 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 2 ปี
​บานปลายตั้งค่าหัว 5 แสน กระทบความมั่นคง-การท่องเที่ยว

​แม้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจท่องเที่ยว ตม. และ สภ.เกาะสมุย จะพยายามเข้าไกล่เกลี่ยเพื่อให้ปลดธงลดความตึงเครียด แต่ทั้งสองฝ่ายกลับไม่ยินยอม จนกระทั่งมีอินฟลูเอนเซอร์ชาวอิสราเอลในฝรั่งเศสออกมาประกาศตั้งค่าหัวล่าตัวนายเควินเป็นเงิน 500,000 บาท ส่งผลให้เกิดกระแสข่าวลือลุกลามว่าชาวเกาะสมุยไม่ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล และอาจถูกดึงไปเชื่อมโยงเป็นประเด็นความขัดแย้งทางศาสนา
​เปิดประวัติคู่กรณี-พบเคยมีคดีติดตัว

​จากการตรวจสอบประวัติของ ตม.สุราษฎร์ธานี พบข้อมูลของทั้งสองฝ่าย คือ

​นายจาคอบ (ชาวอิสราเอล): ถือวีซ่าธุรกิจ ทำร้านอาหารบนเกาะสมุยมานาน 5 ปี

​นายเควิน (ชาวฝรั่งเศส) มีภรรยาเป็นคนไทย ทำธุรกิจคาเฟ่สัตว์เลี้ยงมานาน 9 ปี โดยพบว่าเคยถูกดำเนินคดีขี่รถจักรยานยนต์ยกล้อเมื่อปี 2568 (ศาลสั่งปรับ 5,000 บาท) และล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา มีภาพวงจรปิดจับภาพเจ้าตัวขับรถ BMW ไปไลฟ์สดพร้อมชูนิ้วกลางหน้าศูนย์ชาบัดเฮาส์ ต.บ่อผุด

​ฝ่ายความมั่นคงย้ำ ‘ไม่ยินยอมให้ใช้ไทยเป็นเวทีขัดแย้ง’
​ขณะนี้ สภ.เกาะสมุย ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งจุดตรวจเข้มบริเวณหน้าคาเฟ่สัตว์เลี้ยงและบ้านพักของคู่กรณีเพื่อป้องกันเหตุรุนแรง พร้อมย้ำชัดว่าประเทศไทยยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกเชื้อชาติ แต่จะไม่ยอมให้ชาวต่างชาตินำความขัดแย้งส่วนตัวมาสร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและบรรยากาศการท่องเที่ยว

โดยเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานเสนอคณะกรรมการระดับจังหวัดเพื่อเพิกถอนวีซ่าและผลักดันออกนอกประเทศทั้งสองรายทันที