หน้าแรก ในประเทศ “จตุพร”ทำนาย!19 ก.ย.จะเกิด”วิกฤตครั้งใหญ่” จาก “ปมร้อน” แก้รธน. ม็อบนศ.

“จตุพร”ทำนาย!19 ก.ย.จะเกิด”วิกฤตครั้งใหญ่” จาก “ปมร้อน” แก้รธน. ม็อบนศ.

ประธาน นปช. ทำนาย บ้านเมือง จะมีการเปลี่ยนแปลง ครั้งใหญ่ ภายในวันที่ 19 ก.ย.63 จากตัวแปรสำคัญ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ การชุมนุมของ กลุ่มนักศึกษาประชาชน ชี้ ไม่มีฝ่ายใด ชนะเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพียงแต่ใครจะมีความชอบธรรมมากกว่ากัน

วันที่ 6 ก.ย.63 ที่ สถานีโทรทัศน์พีซทีวีแห่งใหม่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. กล่าวตอนหนึ่งในการจัดรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ถึงสถานการณ์บ้านเมือง เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ยังคงมีประเด็น 2 แนวทาง คือจะแก้ไขในส่วนของมาตรา 256 ยกเว้นหมวดที่ 1-2 หรือ จะแก้ไขมาตรา 272 ปิดสวิตช์ส.ว. ซึ่งการแก้ไขมาตรา 256 เหมือนเป็นการสับคัทเอาท์ แต่เนื่องจากบทเรียนตอนแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงปี 2550 ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จนไม่สามารถดำเนินการแก้ไขได้ทั้งฉบับ ดังนั้นเพื่อจะได้มีภูมิต้านทานและลดการต่อต้านด้วยประการใดๆทั้งปวง หรือ อาจแปรเจตนาไปในทางที่ผิด ก็ยกเว้นหมวด 1 และ 2 เอาไว้ มาตรา 256 เป็นมาตราเพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนมาตรา 255 เป็นข้อห้ามที่เกี่ยวข้องจะ เปลี่ยนแปลงประเทศ หรือ ระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขจะกระทำไม่ได้ แต่ที่เหลือนั้นต้องยึดอำนาจคืนมาจาก สมาชิกรัฐสภา จึงหมายความว่ามาตรา 256 ให้อำนาจส.ส.และส.ว.เกินครึ่งและถูกออกแบบให้ยากขึ้น เพราะว่า ที่เกินครึ่งนั้นจะต้อง มีเสียง ส.ว. 1ใน 3 คือ 84 คน ดังนั้นต้องยอมรับว่าหนทางยาวมาก

ส่วนมาตรา 272 นั้นเพื่อเป็นการตัดสวิตช์ส.ว. โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งคนที่เสนอแนวทางนี้ ประเมินว่าจะมีสถานการณ์ขึ้นมาใหม่ก่อนที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จ โดยตนได้วิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมาว่า หากสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ทั้งมาตรา 256 และมาตรา 272 จะไม่ได้แก้ไขแม้แต่มาตราเดียว เพราะสุดท้ายรัฐธรรมนูญปี 2560 จะถูกฉีกตามเจตนา เนื่องจากมีการเขียนเงื่อนไขมากมาย อยู่ในรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการแก้ไข เพื่อให้แก้ไขได้ยาก ได้พูดมาตั้งแต่ตอนต้นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ได้เขียนไว้เพื่อให้แก้ไขได้ แต่เป็นการเขียนไว้เพื่อส่งไม้ให้กับคณะรัฐประหารชุดใหม่

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ในฐานะที่อยู่ในวงการเมืองมานาน หากสถานการณ์สุกงอมในวันที่ 19 กันยายนนี้ เชื่อว่าทั้งสองมาตรา จะไม่ได้รับการแก้ไข ผมไม่ได้หวงมาตรา 272 เรื่องปิดสวิตช์ ส.ว. เพราะหากแก้ไขมาตรา 256 ก็เท่ากับทุบคัทเอาท์ทิ้ง แต่หมายความว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะไปทุบคัทเอาท์ทิ้ง หรือ จะปิดสวิตช์ ท้ายที่สุดคนจะมาพังหม้อแปลงขนาดใหญ่เสียก่อน ก็คือ การยึดอำนาจ และการยึดอำนาจในคราวนี้ คณะที่เตรียมการนั้นรออย่างใจจดใจจ่อ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนต่างๆนั้นก็หาเหตุผลรองรับ เพราะในโลกสื่อสารไร้พรมแดนนั้น จะไม่ง่ายเหมือนในอดีตเนื่องจากทุกคนเป็นเจ้าของสื่อ หากยังไม่สามารถควบคุมการสื่อสารได้อย่างเบ็ดเสร็จนั้น จะเกิดเหตุการณ์เหมือนกับประเทศตุรกี ใช้ Facebook จัดการกับคณะรัฐประหารได้อย่างราบคาบ

แต่อย่างไรก็ตามตัวเลือกในการทำรัฐประหารในประเทศไทยนั้นไม่เหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นกับประเทศเหล่านั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไปปิดสื่อ แม้กระทั่งการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แต่ปัจจุบันไม่สามารถทำแบบเดิมได้อีก เพราะประชาชนมีโซเชียลมีเดียไว้ต้านคณะรัฐประหาร และสถานการณ์ขณะนี้ก็ถือว่าเปราะบาง เนื่องจากทุกอย่างเริ่มถึงทางตัน และหากโควิด 19 ระบาดอีกครั้งประเทศไทยก็จะยากในการต่อสู้ทางเศรษฐกิจ

นายจตุพร ย้ำ หลังจากนี้ไป การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ชนิดที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่จะเป็นปรากฎการณ์ครั้งใหม่ที่แต่ละฝ่ายต้องคิดว่า ทั้งกระดานนี้ไม่มีใครเบ็ดเสร็จได้ เพียงแต่ใครจะมีความชอบธรรมมากกว่าใคร อย่างไรก็ตามวันนี้ จะมีการขับเคลื่อนอะไรก็ตาม ซึ่งแต่ละฝ่ายก็คิดและรอวันที่ 19 กันยายนนี้ว่า จะลงมือก่อนวันที่ 19 หรือ วันที่ 19 หรือ อาจจะหลังวันที่ 19 แต่เชื่อว่า รัฐธรรมนูญจะไม่ได้แก้แม้แต่เพียงมาตราเดียว และลงท้ายด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญเช่นเดิม