ประธานนปช. ระบุ ขณะนี้การเดินทางของ ม็อบ กำลังเข้าสู่ระยะที่3 ที่พร้อมตะลุมบอน เตือนผู้ชุมนุมให้ ระวัง “ชายชุดพู” ที่พบใช้ปืนลั่นกระสุน กลางม็อบ อันเป็น”สูตรสำเร็จ” ทำให้เลือดหลั่ง นองทั่วแผ่นดิน
22 พ.ย.63 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์ ว่า สถานการณ์การเมืองและการเคลื่อนไหวในประเทศที่ผ่านมานั้น เคยพูดอยู่เสมอว่า การเมืองมีอยู่เพียง 3 ระยะในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดก็ตาม หากทุกคนลองนึกดูว่าการขับเคลื่อนของนปช.นั้น ในระยะแรกๆก็จะเป็นไปด้วยความสวยสดงดงาม ระยะที่ 2 การเคลื่อนไหวจะเป็นไปด้วยความแข็งแรงมากขึ้น และสุดระยะที่ 3 เมื่อกลไกรัฐในขณะนั้นตั้งหลัก คือ ระยะตะลุมบอน และเวลานี้ ก็ประเมินสถานการณ์การชุมนุมของคนรุ่นใหม่ว่า เดินมาสู่ในระยะที่ 3 แม้จะมีการปกป้องแนวทางสันติวิธีทุกประการก็ตาม ดังนั้นในแต่ละเหตุการณ์ไม่ใช่ว่าแต่ละฝ่ายต้องการให้เกิดเรื่อง แต่มือที่ 3 เท้าที่ 4 พร้อมจะใส่เสื้อทั้ง 2 ทาง และการสร้างสถานการณ์ของทั้งสองฝ่ายรูปแบบจะไม่เปลี่ยนแปลงไป
นายจตุพร กล่าวว่า ครั้งล่าสุดที่รัฐสภาเกียกกายถือว่าโชคดีที่ยังไม่มีใครตาย และรูปแบบก็เป็นแบบเดียว จนสุดท้ายนำไปสู่การปะทะกัน และระหว่างนั้นจะมีลูกผสมเข้ามามากมาย สถานการณ์ขณะนี้ที่ตนต้องส่งเสียงไปยังรัฐบาล ว่า กลเกมต่างๆและลูกผสมต่างๆส่วนใหญ่รัฐในขณะนั้นๆ จะเข้ามามีบทบาทในการสร้างสถานการณ์ทุกครั้ง และครั้งเมื่อเลือดได้หลั่งแล้วมันจะหยุดยาก

แต่หากรัฐไม่ต้องการจะให้เกิดเรื่อง ก็ขอให้จำปากตนไว้อย่างหนึ่งว่าตำรวจรู้ทุกเรื่อง หากตำรวจเอาจริงเอาจัง และได้รับการกำชับมานั้น รอดสายตาตำรวจยากมาก อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดจำนวนมาก สามารถบันทึกภาพไว้ได้หมดเพียงแต่วัตถุประสงค์จะเก็บภาพเหล่านั้นไว้เพื่ออะไร เช่น ต้องการภาพชายใส่เสื้อสีชมพูยิงไปอีกฝั่งหนึ่งแต่ไม่ปรากฏว่าอีกฝั่งนั้นได้รับบาดเจ็บแม้แต่คนเดียว
“อย่างการมาอธิบายว่ากระสุนผิดพลาดมาเจอพวกเดียวกันเอง ทั้งหมดเป็นสูตรเดิมที่ปฏิบัติกันมายาวนานและผมก็เชื่อว่ากระบวนการอย่างนี้ที่เจอกันมากว่า 15 ปีนั้นมันควรที่จะหยุดกันเสียทีและคนที่จะหยุดได้ก็คือรัฐ โดยวันนี้ยังเป็นการดูแลของทางตำรวจอยู่ แม้ว่าทหารจะสแตนบายห่างๆก็ตาม ประเทศไทยเราไม่เคยมีการรัฐประหารเป็นครั้งสุดท้าย”



