หน้าแรก ในประเทศ “ชวน”ยัน!!สภาฯพร้อม ถกร่าง พ.ร.บ.65 เตรียมโพเดียม ให้อภิปรายป้องโควิด

“ชวน”ยัน!!สภาฯพร้อม ถกร่าง พ.ร.บ.65 เตรียมโพเดียม ให้อภิปรายป้องโควิด

ประธานสภาฯ ย้ำ ที่ประชุมสภาฯ เตรียมพร้อม อภิปราย ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2565 โดยจะตั้งแท่นโพเดียมให้อภิปรายอย่างเต็มที่

เมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 31 พฤษภาคม ที่รัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ย้ำถึงความพร้อมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม-2 มิถุนายน ว่า มีความพร้อม โดยวันที่ 31 พฤษภาคม จะอภิปรายตั้งแต่เวลา 09.30 น.-01.00 น. ส่วนวันถัดไปเริ่มอภิปรายในเวลา 09.00 น. สำหรับจุดที่จะให้ผู้อภิปรายใช้นั้นก็ได้เตรียมโพเดียมแท่นอภิปรายไว้จุดหนึ่งแล้ว เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในสถานการณ์โควิด-19

ทั้งนี้ การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก พรรคฝ่ายค้านหมายมั่นปั้นมือจะอภิปรายชี้ให้เห็นถึงการจัดทำงบประมาณของในหลายกระทรวงของรัฐไม่ไม่เหมาะสม และไม่สอดคล้องกับการแก้ปัญหาการระบาดโควิด-19 ทั้งส่อว่าอาจอาศัยสถานการณ์สร้างความได้เปรียบทางการเมือง โดยมีรายงานข่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ระบุว่า จากการตรวจสอบในเล่มร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปกขาวคาดแดง กลับไม่พบการจัดสรรงบประมาณจัดซื้อวัคซีนป้องกันโควิดของกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใด

ทั้งที่ตั้งแต่ต้นปี 2564 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค เสนอจัดหาวัคซีนสำหรับประชาชนด้วยงบประมาณ 12,219,6210.600 บาท แต่กลับไม่ได้รับการบรรจุในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2565 แต่อย่างใด โดยสำนักงบประมาณและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ สั่งให้ตัดออกทั้งก้อน อ้างว่าให้ไปใช้งบกลางเพื่อการสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรี หรืองบประมาณจากเงินกู้ แทนที่จะให้กระทรวงสาธารณสุขจัดการงบประมาณเพื่อควบคุมโควิดตามที่ควรจะเป็น

รายงานข่าวแจ้งว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจทำงบประมาณของประเทศ ไม่สะท้อนถึงปัญหาและความต้องการของประชาชน ที่ต้องการฉีดวัคซีนจำนวนมากและโดยเร็ว แต่กลับต้องการให้ทำเนียบรัฐบาลคุมการใช้งบประมาณจัดซื้อวัคซีน นอกจากนั้นยังแสดงให้เห็นถึงการรวบอำนาจของ ศบค. ซึ่งกำลังถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าเปลี่ยนนโยบายรายวันเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

รายงานข่าวแจ้งว่า ไม่เฉพาะแต่เรื่องการจัดทำงบประมาณประจำปี 2565 เท่านั้นที่ใช้สภาพัฒน์เป็นหนึ่งในหัวเรือใหญ่ในกรอบความคิดที่ให้ความสำคัญกับการสาธารณสุขต่ำ การกู้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท ก็มีการกำหนดวงเงินให้กระทรวงสาธารณสุขแค่ 3 หมื่นล้านบาท โดยไม่เคยปรึกษาหารือกับกระทรวงสาธารณสุขแต่อย่างใดทั้งสิ้น ทั้งที่ปัญหาการสาธารณสุข จากการระบาดของโควิดเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการแก้ไข แต่กลับกระจายเงินไปใช้ในการอื่น เช่น นำงบไปให้เกษตรกรเลี้ยงปลาทั้งที่ควรจะไปใส่ในงบ