หน้าแรก ในประเทศ “ไพบูลย์” รอด “ศาลรธน.” ชี้ ไม่ผิด ปมยุบพรรคประชาชนปฏิรูป โผซบ พปชร.

“ไพบูลย์” รอด “ศาลรธน.” ชี้ ไม่ผิด ปมยุบพรรคประชาชนปฏิรูป โผซบ พปชร.

ศาลรธน. มีมติสั่ง “ไพบูลย์ นิติตะวัน “ไม่พ้นสมาชิกภาพส.ส.กรณีใช้ช่องกฎหมาย ประกาศเลิกพรรคประชาชนปฏิรูป ก่อนย้ายไปสังกัด สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จนกลายมาเป็น”ไพบูลย์โมเดล”

วันที่ 20 ต.ค.64 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมากว่าสมาชิกภาพส.ส.ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ไม่สิ้นสุดจากเหตุพรรคประชาชนปฏิรูป (ปชช.)สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองและตนเองได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ โดยที่ขณะเลือกตั้งไม่ได้มีชื่อเป็นผู้สมัครส.ส.ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคพลังประชารัฐที่ยื่นต่อกกต.เนื่องจากข้อเท็จจริงฟังได้ว่า คณะกรรมการบริหารพรรค ปชช.ได้ประชุมและมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรค โดยมีการดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับพรรคที่ 54 มีกรรมการบริหารพรรค มาประชุมจำนวน 16 คนซึ่งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการบริหารพรรคที่มีอยู่ ในขณะนั้นคือ 29 คน และทั้ง 16 คนมีมติเป็นเอกฉันท์ให้เลิกพรรค จึงเป็นเสียงข้ามากตามข้อบังคับพรรคที่ 55 โดยมีเหตุผลการเลิกพรรคว่า เนื่องจากกรรมการบริหารพรรคหลายคนลาออกและอีกหลายคนกำลังจะลาออก รวมทั้งขาดบุคลากรสนับสนุนจึงไม่สามารถดำเนินกิจการพรรคไปได้ เมื่อแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบ และทำการตรวจสอบกรรมการบริพรรคทั้ง 15 คนให้ถ้อยคำสอดคล้องกันถึงเหตุผลที่เลิกพรรค อีก 1 คนอยู่ระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ นายทะเบียนพรรคการเมือง จึงเสนอให้กกต.พิจารณา และมีมติเป็นเอกฉันท์โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้พรรค ปชช.สิ้นสภาพ เมื่อ 6 ก.ย.62การสิ้นสภาพของพรรคปชช.จึงเป็นไปโดยชอบ

ส่วนข้ออ้างที่ว่า การเลิกพรรคปชช.เป็นการกระทำที่นายไพบูลย์มีเจตนาซ่อนเร้น ศาลเห็นว่าไม่มีข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานใดแสดงให้เห็นว่าเป็นไปตามที่กล่าวอ้าง เมื่อพรรคปชช.เลิกพรรค และกกต. ประกาศการสิ้นสภาพพรรคปชช.ในราชกิจจานุเบกษา มีผลวันที่ 6 ก.ย. 62 นายไพบูลย์ซึ่งเป็นส.ส. ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(10) ประกอบพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 91 วรรคสี่ บัญญัติว่าการสิ้นสภาพรรคการเมืองตามมาตรานี้ เป็นการถูกยุบพรรคการเมืองโดยมีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสมาชิกภาพส.ส.ที่จะได้รับผลกระทบจากการที่พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพ อันเป็นหลักการเดียวกับการคุ้มครองส.ส.ที่สังกัดพรรคการเมืองที่ถูกยุบตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(10) ดังนั้นสมาชิกพรรคการเมืองที่สิ้นสภาพตามมาตรา 91 เพื่อคงการเป็นส.ส.จึงต้องสมัครเข้าพรรคการเมืองอื่นนับแต่วันที่พรรคการเมืองนั้นสิ้นสภาพ คดีนี้วันที่ 6 ก.ย.62 เป็นวันที่พรรคปชช.สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมือง สมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐวันที่ 9 ก.ย.62 จึงอยู่ในระยะเวลา 60 วัน นับแต่พรรคปชช.สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมือง

สำหรับที่อ้างว่า นายไพบูลย์ เป็นหัวหน้าพรรคปชช. ต้องอยู่ชำระบัญชีจนเสร็จสิ้นตามมาตรา 95 พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนด เห็นว่า บทบัญญัติมาตรา 95 เป็นการกำหนดหน้าที่ของหัวหน้าพรรคการเมืองที่สิ้นสภาพหรือยุบให้ต้องปฏิบัติจนกว่าการชำระบัญชีระแล้วเสร็จ โดยมีหน้าที่ให้ข้อมูลส่งบัญชี งบดุล และเอกสารเกี่ยวกับการเงินภายใน 30 วันนับแต่วันที่พรรคการเมืองสิ้นสภาพหรือยุบ และห้ามมิให้หัวหน้าพรพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในนายพรรคการเมืองที่สิ้นสภาพ แต่ไม่ห้ามดำเนินกิจกรรมในนามพรรคการเมืองอื่น

ส่วนข้ออ้างที่ว่านายไพบูลย์ ไม่ใช่บุคคลที่มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครส.ส.พลังประชารัฐ ที่ยื่นต่อกกต.เมื่อตอนสมัครรับเลือกตั้ง จึงไม่สามารถเป็นส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐได้ เห็นว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 90 เป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับจัดทำบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองในการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง และมาตรา 91 (5) กำหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ที่ได้มาซึ่งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง โดยมีวัตถุประสงค์ ใช้บังคับระหว่างจัดการเลือกตั้งและประกาศผลการเลือกตั้ง เป็นคนละกรณีกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ( 10 ) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 91 วรรคหนึ่ง (7) และมาตรา 91 วรรคสี่ ที่เกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการเลือกตั้ง และนายไพบูลย์ ได้รับการประกาศผลการเลือกตั้งเป็นส.ส.แบบบัญชีรายชื่อแล้ว ด้วยเหตุดังกล่าวศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติเสียงข้างมากวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายไพบูลย์ ไม่สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(10) ประกอบมาตรา 90 และมาตรา 91 วรรคหนึ่ง (5)