หน้าแรก ในประเทศ ร้องป.ป.ช. เอาผิด “ณภัทร วินิจฉัยกุล” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทำ กตป. เสียหาย

ร้องป.ป.ช. เอาผิด “ณภัทร วินิจฉัยกุล” ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ทำ กตป. เสียหาย

ตัวแทนภาคประชาชน ร้อง ป.ป.ช. เอาผิด “ณภัทร วินิจฉัยกุล” กรรมการ กตป. ฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แต่งตั้งที่ปรึกษา คณะกรรมการ กตป.โดยมิชอบ

วันที่ 6 ก.ย.65 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี นายไตรรงค์ ตันทสุข นักกฎหมาย ในฐานะตัวแทนภาคประชาชน เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อร้องเรียน นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กตป.)ฐานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ภายหลังพบพฤติการณ์ของนายณภัทร น่าจะเป็นการกระทำอันใช้อำนาจหน้าที่ หรือ การแสดงออกในการเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ผู้อื่นหลงเชื่อ ในการดำเนินการแต่งตั้งที่ปรึกษาในฐานะประธานคณะกรรมการ กตป. โดยที่ไม่มีระเบียบหรือกฎหมายให้อำนาจไว้ทั้งยังมีการแสดงออกว่าตนเป็นกรรมการ กตป. สวมใส่เสื้อที่มีตราสัญลักษณ์ของ กตป. ในขณะยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ กสทช. ทั้งที่คณะกรรมการไม่ได้มีมติหรือมอบหมายให้ดำเนินการ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เพราะตอนที่ได้เห็นเรื่องนี้ในครั้งแรก ตนเชื่อว่านายณภัทรทำไปตามอำนาจหน้าที่ของ กตป. ที่มีมติหรือมอบหมายให้ทำ แต่ต่อมาเมื่อเห็นภาพข่าวหนังสือพิมพ์ที่นำเสนอเกี่ยวกับการควบรวมกิจการระหว่างทรูกับดีแทค โดยนายณภัทรน่าจะคัดค้านไม่ให้กสทช. มีคำสั่งให้ควบรวม และ ขอให้ยกเลิกประกาศ ที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการทั้งที่ได้มีการบังคับใช้แก่การควบรวมของรายอื่นมาแล้ว เกิดเป็นคำถามว่าเป็นใช้อำนาจหน้าที่ของตนเองไปในทางไม่ชอบหรือไม่ เนื่องจากตนเองก็ติดตามกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง และก็เคยแสดงความคิดเห็นเอาไว้ในการประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะของกสทช.ด้วยนอกจากนี้ นายณภัทร ยังมีพฤติกรรมอันน่าจะไม่เหมาะสมในการปฏิบัติตนต่อผู้อื่นในการประชุมคณะกรรมการ กตป. ต่าง ๆ รวมทั้งที่ไม่ให้เกียรติผู้รับหนังสือด้วยการลงนาม หนังสือร้องเรียนด้วยปากกาสีแดงทั้งที่มีการทักท้วงของเจ้าหน้าที่ก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นความไม่สง่างามไม่ควรที่จะเกิดขึ้นในการทำหน้าที่ของนายณภัทรที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐอันทรงเกียรติ จึงเห็นว่าการกระทำของนายณภัทรน่าจะเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตต่อหน้าที่ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561ผู้สื่อข่าวถามว่า ตำแหน่งกรรมการ กตป.ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ นายไตรรงค์ ชี้แจงว่า นายภัทรได้รับการแต่งตั้งให้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการ กตป. ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนและสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐ ดังนั้นนายณภัทรย่อมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติประกอบและธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบพ.ศ. 2561 ดังนั้นนายณภัทรควรมีความเป็นกลาง และกระทำการไปตามอำนาจหน้าที่ของกฎหมายที่ให้ไว้ โดยปราศจากซึ่งอคติทั้งปวง เพื่อไม่ให้กระทบเสียหายต่อบุคคลอื่น ไม่ใช่กระทำการใดใดที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหาย หรือกระทำไปโดยไม่มีอำนาจดังข้อเท็จจริงที่ได้กล่าวตอบสื่อมวลชนไปนี้ อีกทั้ง ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาของศาลปกครองที่วินิจฉัยไว้ก็มีปรากฏไว้ชัดเจนสำหรับหนังสือร้องเรียนที่ยื่นต่อป.ป.ช. ได้ระบุถึงพฤติการณ์ของนายณภัทรที่เข้าข่ายผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ของตนในแต่ละช่วงเวลา และยังเข้าข่ายเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ กตป.ตามที่กฎหมายกำหนด และยังมีพฤติการณ์ที่ส่อนัยยะขัดกับระเบียบ กตป.ว่าด้วยวิธีการประชุมและการลงมติ ได้แก่ การแต่งตั้งที่ปรึกษาประธาน กตป.โดยไม่มีอำนาจและระเบียบรองรับ การเสนอร่างคำของบประมาณปี 2563 เพื่อตรวจเยี่ยมสถานีวิทยุกระจายเสียงทั่วประเทศ 371 สถานี และอื่น ๆ อีกหลายกรณี