หน้าแรก ในประเทศ “อลงกรณ์” มั่นใจ! ปชป. ได้ ส.ส.ภาคกลาง เพิ่มขึ้น ชูนโยบาย ก้าวข้ามความขัดแย้ง

“อลงกรณ์” มั่นใจ! ปชป. ได้ ส.ส.ภาคกลาง เพิ่มขึ้น ชูนโยบาย ก้าวข้ามความขัดแย้ง

“อลงกรณ์ พลบุตร” รองหน.พรรค ปชป. มั่นใจ ประชาธิปัตย์ภาคกลางได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น เร่งเดินหน้าฟื้นศรัทธาประชาชน พร้อมชูผลงานของพรรคในการร่วมรัฐบาล 3ปี ชูธง นำประเทศ ก้าวข้ามความขัดแย้ง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจการเมือง

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พรรคปชป. เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการสัมนาสมาชิกและเครือข่ายแกนนําพรรคประชาธิปัตย์ 26 จังหวัดภาคกลาง และ บรรยายพิเศษในหัวข้อ” นโยบายและผลงานพรรคประชาธิปัตย์กับการเลือกตั้งครั้งหน้า”ระหว่างวันที่ 16- 17 ธ.ค.2565 ที่ จังหวัดเพชรบุรีนายอลงกรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพรรคการเมืองพรรคแรกของประเทศอยู่มา76ปี ถือเป็นสถาบันทางการเมืองหลักผ่านร้อนผ่านหนาว เป็นฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ปกป้องรักษาผลประโยชน์ของประชาชน และ เมื่อเป็นรัฐบาลได้สร้างผลงานเป็นรูปธรรมมาหลายยุคหลายสมัยในการวางรากฐานเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในช่วง30ปีที่ผ่านมา (2535-2565) ตั้งแต่ยุคหัวหน้าพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีพาณิชย์ หัวหน้าพรรคคนปัจจุบันครอบคลุมการพัฒนาประเทศทุกมิติ เช่นการพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ การพัฒนาท้องถิ่น การกระจายอำนาจ การพัฒนาคุณภาพชีวิต การพัฒนาการศึกษาและการสาธารณสุข เช่นการจัดตั้ง กระทรวงแรงงาน กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา โครงการนมโรงเรียนและอาหารกลางวัน องค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.) โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล( รพสต. ) กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร มหาวิทยาลัยภูมิภาค ถนนสี่เลน รถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ โฉนดชุมชน การปฏิรูปที่ดิน กองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โครงการประกันรายได้เกษตรกร ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม77จังหวัด คณะกรรมการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน7,255ตำบล เป็นต้นและในยามที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเช่นต้มยำกุ้งและแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาบริหารจนประเทศรอดพ้นปลอดภัยจากวิกฤติหลายต่อหลายครั้งนายอลงกรณ์ กล่าวต่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพมากแต่สูญเสียโอกาสเพราะเหตุแห่งการคอรัปชั่นและความขัดแย้งทางการเมืองแบ่งแยกประชาชนเป็น2ฝ่ายต่อสู้ห้ำหั่นกันจนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมากนำไปสู่การรัฐประหารถึง2ครั้งแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ยุติลงได้ นับเป็นปัญหาวิกฤติเรื้อรังที่บั่นทอนอนาคตของประเทศมาตลอด20ปี

“3ปีกว่าที่พรรคประชาธิปัตย์ แสดงให้เห็นถึงการถอยออกจากวังวนความขัดแย้ง มุ่งมั่นตั้งใจทำงาน มีจุดยืนชัดเจนที่จะคลี่คลายแก้ไขปัญหานี้ ด้วยวิถีทางประชาธิปไตยและพร้อมที่จะร่วมเป็นผู้นำพาประเทศก้าวข้ามความขัดแย้ง พรรคประชาธิปัตย์ในฐานะสถาบันทางการเมืองหลักจะต้องสร้างความเชื่อมั่นทำให้ประชาชนเห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง มีทักษะประสบการณ์ความสามารถและจุดยืนประชาธิปไตยที่มั่นคง พร้อมเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลและเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 2 ขั้วความขัดแย้ง สามารถนำพาประเทศฝ่าวิกฤตการเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจเพื่อให้การเลือกตั้งในปี2566 เป็นปีแห่งการเริ่มต้นก้าวใหม่ของประเทศ” นายอลงกรณ์ กล่าว และย้ำว่า

สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ภาคกลาง26จังหวัด ซึ่งมี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ เป็นรองหัวหน้าพรรคดูแลรับผิดชอบมี ส.ส. 8คน มีสาขาพรรค สมาชิกพรรคและ ว่าที่ผู้สมัครที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และ ความมุ่งมั่นทำงานเพื่อประเทศชาติ 76ปีของพรรค คือ76ปี ที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์มีสมาชิกอยู่ทุกหนแห่งทั่วประเทศ ขอให้สมาชิกพรรคและแกนนำพรรรร่วมกันรณรงค์สนับสนุนผู้สมัคร ส.ส.ในแบบเขตเลือกตั้งและแบบบัญชีรายชื่อ เชื่อมั่นว่าพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดภาคกลาง จะได้รับการเลือกตั้งมากขึ้นในการเลือกตั้งครั้งหน้า จากผลงาน3ปีกว่าที่ผ่านมาและนโยบายที่ทันสมัยตอบโจทย์อนาคตของประชาชน และสามารถสร้างขีดความสามารถของประเทศเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของทุกคน.