เปิดเบื้องหลังบุกรวบ “อธิบดีกรมอุทยานฯ” แฉนาทีค้นห้องทำงานเจอเงินสดเกือบ5ล.

46

เปิดเบื้องหลัง ป.ป.ช. และ บก.ปปป. พร้อมจนท.ตำรวจ บุกรวบ “รัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา” อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ พันธุ์พืช คาห้องทำงาน ผงะ เจอเงินสดเกือบ 5 ล้าน เจ้ายังปากแข็งปฏิเสธ อ้างไม่รู้ของในซองเป็นเงิน

วันที่ 27 ธ.ค.65 ความคืบหน้ากรณีที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บุกจับกุมตัว นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรณีเรียกรับเงินจากหัวหน้าหน่วยงานภาคสนาม โดยตำรวจ บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ได้แถลงชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงอย่างเป็นทางการในเวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ มีรายงานเบื้อหลังการจับกุมสะท้านวงการราชการครั้งนี้ว่า เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. นำกำลังเดินทางมายังอาคารสืบนาคะเสถียร กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ก่อนแสดงหมายค้นเพื่อขอค้นห้องทำงานของนายรัชฎา พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเอง เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งโดย ไม่ชอบด้วยหน้าที่ และ เป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบโดยทุจริต”

ข่าวแจ้งว่า ในการตรวจค้นห้องทำงานครั้งนี้ เจ้าหน้าที่พบเงินสดจำนวนประมาณ 4.9 ล้านบาท พร้อมกับซองบรรจุเงินที่มีการจ่าหน้าซองจากหน่วยงานในแต่ละสังกัดอีกจํานวนหลายซอง และเอกสารอีกจํานวน หลายฉบับซึ่งเกี่ยวข้องกับการดําเนินการเรียกรับเงินของนายรัชฎา จากนั้นได้นำตัวนายรัชฏาไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ บก.ปปป.เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป เนื่องจากก่อนหน้านี้มีหลักฐานการล่อซื้อเป็นหลักฐานสำคัญ ขณะที่นายรัฏดา ยังปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า ไม่รู้ว่าในซองเป็นอะไร ทั้งนี้ผู้ต้องหาหรือจําเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพิพากษาถึงที่สุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ.2564 ได้มีผู้ร้องเรียนกับทางเจ้าหน้าที่ให้ช่วยดําเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของนายรัชฎา เนื่องจากมีพฤติกรรมเรียกรับเงินจากเจ้าหน้าที่ในสังกัด โดยกล่าวหาว่ามีการเรียกรับเงินจากหัวหน้าหน่วยเพื่อเป็นการวิ่งเต้นให้รักษาตําแหน่งหัวหน้าหน่วยไว้ให้ โดยหากหัวหน้าหน่วยแต่ละหน่วย ไม่นําเงินมาวิ่งเต้นตําแหน่งกับนายรัชฎาภายหลังจะถูกโยกย้ายออกจากตําแหนง่ ซึ่งการวิ่งเต้นรักษาตําแหน่งนั้น หัวหน้าหน่วยจะต้องนําเงินมามอบให้ที่สํานักงานของนายรัชฎา รายละประมาณ 500,000 – 1,000,000 บาท อีกทั้งยังต้องนําเงินสดมามอบให้เป็นรายเดือนอีกด้วย

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า ข้าราชการระดับสูงรายดังกล่าว มีพฤติกรรมในการเรียกเก็บเงินจากหัวหน้าหน่วยงานในภาคสนามอีกด้วย โดยจะคิดตามอัตราส่วนจากหน่วยงานที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ เช่น อุทยานแห่งชาติ,เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จะเก็บ 18.5 เปอร์เซ็นต์จากหมวดงบดําเนินงานและค่าใช้สอย,หน่วย ป้องกันไฟป่า 30 เปอร์เซ็นต์จากหมวดงบดําเนินงานและค่าใช้สอย

จากพฤติกรรมของทางนายรัชฎาฯ ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูงที่มีการเรียกรับเงินจากทางเจ้าหน้าที่ฯ โดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการกระทําผิดต่อตําแหน่งหน้าที่ ตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปปป. จึงร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ดําเนินการสืบสวนสอบสวน และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดําเนินคดีกับนายรัชฎาดังกล่าว