นอนไม่หลับ! มีคำเตือนหลังเที่ยงคืนอาจมีก่อเหตุอีก-เปิดชื่อคนร้ายที่ถูกระเบิดเสียชีวิตประวัติสุดร้ายกาจ

12360

วันที่ 19 เมษายน หลังเหตุการณ์ระเบิดหลายจุด 4 จังหวัดชายแดนใต้ ได้มีคำเตือนจากหน่วยความมั่นคง ให้ระมัดระวังเหตุการณ์อาจจะมีการก่อเหตุรอบ 2 หลังเที่ยงคืน โดยมีสัญญาณจากการใช้โทนศัพท์ติดต่อกันของกลุ่มคนร้ายอยู่เป็นระยะ(เปิดๆๆปิดๆๆ)แสดงว่าอาจจะกำลังสั่งการ

“คำสั่งจากหน่วยเหนือขอให้อย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะบ้านพักข้าราชการทุกหมู่เหล่า แนวทางแก้ไข ขอให้มีการ รปภ.หัวท้าย เพื่อพร้อมตอบโต้ หรือกันการขว้างปาระเบิดเข้าใส่” รายงานระบุ

สำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. กลุ่มคนร้ายได้ก่อเหตุมากกว่า 15 จุด โดยคนร้ายได้กระจายกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้ระเบิดขว้างใส่ฐานปฏิบัติการณ์หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชุดคุ้มครองตำบล และบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจและชาวบ้าน รวมทั้งใช้เอ็ม.79 ยิงเข้าใส่ฐาน ในพื้นที่ 7 อำเภอ ของ จ.นราธิวาส ทำให้มีเจ้าหน้าที่ อส.และชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ ฐานปฏิบัติการและบ้านพักของชาวบ้านได้รับความเสียหาย

การก่อเหตุแยกเป็น 1.พื้นที่ อ.ตากใบ คนร้ายได้ก่อเหตุ 3 จุด จุดที่ 1. ขว้างระเบิดใส่บ้านพักของ ร.ต.ท.วิทย์ นิลน้อย เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำตากใบ เลขที่ 49/1 ม.4 ต.ไพรวัน ทำให้บ้านพักและรถยนต์เสียหาย จุดที่ 2. บ้านพักของนางบุญยงค์ จันทร์เดิม เลขที่ 148 ม.6 ต.ศาลาใหม่ บ้านพักเสียหาย และจุดที่ 3. คนร้ายระเบิดขว้างใส่ฐานชุดคุ้มครองตำบลปูยู ม.2 ต.เกาะสะท้อน

2.พื้นที่ อ.สุไหงปาดี คนร้ายก่อเหตุ 2 จุด จุดที่ 1. นำระเบิดไปวางไว้ที่หน้าบ้านนายอารีฟ กอแด อส.ประจำที่ว่าการ อ.สุไหงปาดี ทำให้ประตูบ้านเสียหาย ส่วนจุดที่ 2. คนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิง นายไฟซา มะกียอ อส.ประจำที่ว่าการ อ.สุไหงปาดี ขณะปฏิบัติหน้าที่ รปภ.สถานีรถไฟโต๊ะเด็ง ทำให้ นายไฟซา ได้รับบาดเจ็บ

3.พื้นที่ อ.รือเสาะ คนร้ายก่อเหตุ 1 จุด ที่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดค้มครองตำบลรือเสาะออก ซึ่งตั้งอยู่บ้านปะลุกา ม.1 ต.รือเสาะออก โดยคนร้ายได้ยิง เอ็ม.79 แต่พลาดเป้าไปตกหลังฐาน

4.พื้นที่ อ.แว้ง คนร้ายก่อเหตุ 2 จุด จุดที่1. ขว้างระเบิดใส่บ้านของชาวบ้านในพื้นที่บ้านสามแยก ม.6 ต.กายูคละ ซึ่งเป็นบ้านของนักการภารโรงโรงเรียนบ้านสามแยกได้รับความเสียหาย จุดที่ 2. ขว้างระเบิดใส่บ้านพักของชาวบ้านในพื้นที่บ้านกูวาแขยง ม.7 ต.เอราวัณ ทำให้บ้านได้รับความเสียหายเช่นกัน

5.พื้นที่ อ.ระแงะ คนร้ายก่อเหตุ 1 จุด โดยใช้อาวุธปืนเอ็ม.79 ยิงถล่มใส่ฐานหน่วยปฏิบัติการณ์พิเศษที่ 22 ซึ่งตั้งอยู่ท้ายตลาดทางไปหมู่บ้านละไม เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

6.พื้นที่ อ.ยี่งอ คนร้ายก่อเหตุ 2 จุด จุดที่ 1. คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจ อส.อำเภอยี่งอ ซึ่งตั้งอยู่หน้าสำนักงานเกษตร อ.ยี่งอ เขตเทศบาลตำบลยี่งอ แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จุดที่ 2. คนร้ายขว้างระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการณ์ชุดคุ้มครองตำบลตะปอเยาะ ม.1 ต.ตะปอเยาะ ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

และ 7.พื้นที่ อ.ศรีสาคร คนร้ายก่อเหตุ 1 จุด โดยคนร้ายขว้างระเบิดใส่กองร้อย อส.อำเภอศรีสาคร แต่ไม่มีใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ส่วนที่การก่อเหตุจังหวัดอื่น มีการก่อเหตุระเบิดและยิงหลายจุด ในพื้นที่ 3 อำเภอ ชายแดนของ จ.สงขลา และมีรายงานว่า คนร้ายเสียชีวิต 2 คน จากความผิดพลาดขณะลงมือก่อเหตุสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อประมาณ2 ทุ่ม ได้เกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุสร้างสถานการณ์ในพื้นที่ 3 อำเภอ รวม 3 จุด โดยจุดแรกคนร้าย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ใช้ระเบิดไม่ทราบชนิดขว้างใส่ป้อมตำรวจ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณประตูทางเข้า สภ.จะนะ แต่โชคดีที่ระเบิดตกข้างป้อมตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในป้อม2 นายปลอดภัย และเกิดการยิงตอบโต้กับคนร้าย ก่อนที่คนร้ายจะขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยขณะเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการเข้าเคลียร์พื้นที่เกิดเหตุ

และในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้เกิดเหตุระเบิดรถจักรยานยนต์บอมใกล้ฐานของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในพื้นที่บ้านไร่ หมู่ 5 ต.สะบ้าย้อย อ.สะบ้าย้อย มีรายงานมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 2 คน คาดเป็นคนร้ายที่เกิดความผิดพลาดขณะลงมือก่อเหตุ โดยคนร้ายได้ยิงเข้าใส่ฐานของเจ้าหน้าที่ แต่ถูกยิงสวน ระหว่างนั้นได้เกิดระเบิดดังขึ้น พบมีผู้เสียชีวิต 2 ราย และ เกิดเหตุซุ่มยิงชุดเจ้าหน้าที่ความมั่นคง บ้านจวบ หมู่ 2 ต.ท่าม่วง อ.เทพา แต่ยังไม่มีรายงานความสูญเสียเกิดขึ้น

มีรายงานจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ว่า คนร้ายที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ที่สะบ้าย้อยคนหนึ่งชื่อนายมะบีดี ลามะดอ อายุ ๒๖ ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ม.6 บ.กอแลปิเละ ต.ปะกาฮะรัง อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นสมาชิกระดับแนวร่วมกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ โดยได้ผ่านการสาบานตนมาแล้ว (ทำซูเปาะ) จากบาบอเจะอูมา หะยีอูมา ได้เข้าร่วมประชุมกับกลุ่มสมาชิกระดับแกนนำในพื้นที่เป็นประจำ โดยเฉพาะการปลุกระดมประชาชนโดยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มสมาชิกมีทัศนคติต่อต้าน ขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวการปฏิบัติงานของ จนท.ฝ่ายรัฐ โดยเฉพาะ จนท.ฝ่ายทหาร และ จนท.ฝ่ายตำรวจ ด้วยการเบี่ยงเบนข้อเท็จจริงของประวัติศาสตร์ของปัตตานี เพื่อให้ได้มาซึ่งกลุ่มสมาชิกผู้เข้าร่วมขบวนการในโอกาสต่อ ๆ ไป
นายมะบีดี เป็นผู้คอยแจ้งข่าวสารและสังเกตการณ์ การเคลื่อนไหวของ จนท.ฝ่ายรัฐ และจะแจ้งข่าวสารต่าง ๆ ให้กับ หน.กลุ่มสมาชิกระดับแกนนำ/หน.สมาชิกระดับผู้ปฏิบัติ/หน.สมาชิกระดับแนวร่วมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อกลุ่มพวกพ้องและผู้เข้าร่วมขบวนการในพื้นที่ทราบ ได้รับการสนับสนุนให้ดำรงตำแหน่งรักษาความปลอดภัยของหมู่ 6 บ.กอแลปิเละ (ชรบ.) จาก นายยา แวนิ (ผญบ. ม.6 ฯ) เคยสร้างสถานการณ์ก่อกวนและก่อความไม่สงบโดยการโปรยใบปลิวข่มขู่ประชาชนตามหมู่บ้าน บริเวณบ้านปะกาฮะรัง ม.7 และมัสยิด ไม่ให้ประชาชนให้ความร่วมมือกับ จนท.ฝ่ายรัฐ (ทหาร/ตำรวจ) ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในหมู่บ้าน เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 49 เวลา 2030

มีข้อมูลด้วยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.พ. 2552 นายแวมูซอ ลามะดอ บิดานายมะบีดีฯ ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิตเป็นสาเหตุให้เข้าร่วมขบวนการหรือไม่

ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ จ.สงขลา ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดตลอดทั้งคืนนี้ในพื้นที่เสี่ยงที่อาจจะตกเป็นเป้าหมายก่อเหตุซ้ำ โดยเฉพาะ อ.จะนะ และอ.เทพา

หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.มนัส ศิกษมัต ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ได้สั่งการไปยัง สภ.ทั้ง 19 สถานีในพื้นที่ 13 อำเภอ ให้เพิ่มความเข้มในการปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะจุดตรวจจุดสกัดที่ตั้งในพื้นที่เสี่ยงภัย ล่อแหลมและมีกำลังพลน้อย ให้วางมาตรการตั้งรับและรับมือกับกลุ่มคนร้าย ที่อาจจะแฝงตัวฉวยโอกาสเข้าก่อเหตุร้ายซ้ำ

ส่วนที่จังหวัดยะลา พล.ต.ต.กฤษฏา แก้วจันดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา จัดกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวัง จุดสำคัญทางเศรษฐกิจ สถานที่ราชการ และตั้งด่านลอย ที่จะเข้าตัวเมืองเขตอำเภอต่างๆ โดยให้ตรวจสอบรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบุคคลแปลกหน้าต้องสงสัย อย่างละเอียด และเฝ้าระวังการจอดทิ้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ต้องสงสัยในที่ชุมชน ให้มีการแจ้งมายัง หน่วยที่เกี่ยวข้องกับการเก็บกู้เข้าตรวจสอบ หรือ จัดกำลังเฝ้ากันประชาชน เข้าใกล้จุดพบต้องสงสัยอย่างเด็ดขาด กว่าที่จะมี จนท.รับผิดชอบในการตรวจสอบและเก็บกู้เข้าไปตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่

โดยเฉพาะเขตเมืองยะลา ระดมกำลัง 4 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และภาคประชาชน ผนึกกำลัง ตั้งด่านตรวจสอบยานพาหนะทุกชนิดอย่างละเอียด ให้กำชับให้ จุดตรวจ 43 จุดทั่วเมืองและชานเมือง