หน้าแรก ต่างประเทศ ยิวหวังยึดครองวงการฟุตบอลของฟีฟ้า “โจชัว คุชเนอร์” น้องชายลูกเขยทรัมป์ มหาเศรษฐีซิลิคอนวัลเลย์

ยิวหวังยึดครองวงการฟุตบอลของฟีฟ้า “โจชัว คุชเนอร์” น้องชายลูกเขยทรัมป์ มหาเศรษฐีซิลิคอนวัลเลย์

ยิวหวังยึดครองวงการฟุตบอลของฟีฟ้า
“โจชัว คุชเนอร์” น้องชายลูกเขยทรัมป์ มหาเศรษฐีซิลิคอนวัลเลย์ ตัวแปรดราม่าใหญ่ ฟีฟ่า ชน ยูฟ่า ปม “ขายหุ้นฟุตบอลโลก”

​วงการฟุตบอลกำลังเกิดแรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหว หลัง จานนี อินฟานติโน่ ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ผลักดันแผนจัดตั้งบริษัทเชิงพาณิชย์แห่งใหม่ หวังดึงกลุ่มทุนระดับโลกเข้ามาถือหุ้นในสิทธิประโยชน์ของ “ฟุตบอลโลก” โดยมีชื่อของ “โจชัว คุชเนอร์” (Joshua Kushner) น้องชายของลูกเขยโดนัลด์ ทรัมป์ จาเร็ต คุตเนอร์ มหาเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกัน เป็นหัวหอกสำคัญ จนกลายเป็นชนวนเหตุให้สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) และสมาพันธ์ต่างๆ ออกมาคัดค้านและขู่คว่ำบาตรอย่างหนัก

​เปิดโปรไฟล์ “โจชัว คุชเนอร์” เจ้าพ่อ Venture Capital แห่งซิลิคอนวัลเลย์
​โจชัว คุชเนอร์ วัย 41 ปี ไม่ใช่นักลงทุนธรรมดา เขาคือนักลงทุนความเสี่ยง (Venture Capitalist) ผู้ก่อตั้ง Thrive Capital ซึ่งมีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารจัดการมหาศาล และตัวเขาเองมีทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.17 แสนล้านบาท)
​นอกจากโปรไฟล์ทางธุรกิจที่เคยสร้างผลตอบแทนมหาศาลจากการลงทุนในดีลระดับโลกตั้งแต่ยุคเริ่มต้น ทั้ง Instagram, Spotify และ OpenAI แล้ว โจชัวยังเป็นน้องชายของ จาเร็ด คุชเนอร์ (ลูกเขยของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ) และเป็นสามีของ คาร์ลี คลอสส์ (Karlie Kloss) ซูเปอร์โมเดลชื่อดังระดับโลก

​เจาะลึกแผน FIFA Forward Enterprise (FFE) มูลค่า 6.5 แสนล้าน
​ต้นเหตุของดราม่าระเบิดลงครั้งนี้ เกิดจากการที่ ฟีฟ่า จับมือกับสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ J.P. Morgan เตรียมตั้งบริษัทลูกในชื่อ FIFA Forward Enterprise (FFE) เพื่อเข้ามาบริหารจัดการสิทธิประโยชน์เชิงพาณิชย์ทั้งหมดของฟุตบอลโลกชาย, ฟุตบอลโลกหญิง และสโมสรโลก ไม่ว่าจะเป็นลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด สปอนเซอร์ การตลาด การขายตั๋ว และการจัดกิจกรรมต่างๆ

​ FFE ถูกตั้งมูลค่าไว้สูงถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 6.5 แสนล้านบาท)
​:ฟีฟ่า มีแผนเปิดขายหุ้นส่วนน้อย (Minority Stake) ไม่เกิน 20% ให้กลุ่มทุนเอกชน นำโดยกองทุน Thrive Eternal ของโจชัว คุชเนอร์ เพื่อระดมทุนก้อนโตสูงสุด 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.36 แสนล้านบาท)

​ข้อเสนออัดฉีด 20 ล้านเหรียญ ข้อครหา “ซื้อเสียง” สมาคมฟุตบอล

​สิ่งที่ทำให้หลายฝ่ายเดือดจัด คือการที่อินฟานติโน่ยื่นข้อเสนอให้อัดฉีดเงินอุดหนุนตรงแก่ชาติสมาชิกฟีฟ่าทั้ง 211 ประเทศ ประเทศละ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 650 ล้านบาท) หากร่วมลงมติเห็นชอบแผนงานนี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่เคยแจกจ่ายเพียง 8-10 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อรอบ 4 ปี
​นักวิเคราะห์และสมาพันธ์ใหญ่มองว่า นี่คือการฉวยโอกาสใช้ตัวเลขเงินอัดฉีดมาจูงใจสมาคมฟุตบอลขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อเร่งดันมติให้ผ่านเกณฑ์เสียงข้างมาก

​ยูฟ่าเปิดศึกชน! ชี้ “ฟุตบอลโลกไม่ใช่สิ่งที่มีไว้ขาย”
.
​ด้าน ยูฟ่า (UEFA) ร่วมมือกับองค์กรลูกหนังยุโรป คัดค้านแผนการนี้อย่างเด็ดขาด โดยระบุว่าการดึงกลุ่มทุนเอกชนเข้ามาถือหุ้น จะทำให้ตัดสินใจเชิงกีฬาถูกครอบงำด้วยผลประโยชน์ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการขยายจำนวนทัวร์นาเมนต์จนนักเตะกรอบ หรือการขึ้นราคาตั๋วและลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
​ยูฟ่ายืนยันชัดเจนว่า “จิตวิญญาณและธรรมาภิบาลของฟุตบอลไม่ใช่สินทรัพย์ที่จะนำมาซื้อขายได้ และฟุตบอลโลกไม่ใช่สิ่งที่ฟีฟ่าจะนำออกไปขาย” พร้อมทั้งมีรายงานการขู่คว่ำบาตรการแข่งขันของฟีฟ่าหากแผนนี้ยังดึงดันดำเนินต่อไป

​นอกจากนี้ ยังมีประเด็นความกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและการเมือง เนื่องจากตระกูลคุชเนอร์มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับ โดนัลด์ ทรัมป์ แม้ทางฝั่ง Thrive Capital จะออกมาชี้แจงว่า โจชัวดำเนินธุรกิจอย่างเป็นอิสระและไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับบทบาททางการเมืองก็ตาม

​รุกหนักวงการกีฬา จาก NBA สู่เดิมพันเชิงพาณิชย์ลูกหนังโลก
​ความเคลื่อนไหวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า โจชัว คุชเนอร์ กำลังรุกหนักในอุตสาหกรรมกีฬาอย่างต่อเนื่อง โดยมี บ็อบ ไอเกอร์ (Bob Iger) อดีตซีอีโอของ Disney นั่งเป็นที่ปรึกษาให้กองทุน Prior ถึงดีลนี้ กลุ่มทุนของเขาเข้าถือหุ้นในทีมเบสบอล ซานฟรานซิสโก ไจแอนต์ส (MLB) และทีมบาสเกตบอล เมมฟิส กริซซ์ลีส์ (NBA) รวมถึงกำลังเจรจาลงทุนในทีมขยายใหม่ของ NBA ที่ลาสเวกัส

​การก้าวเข้ามาเป็นผู้เล่นหลักในเค้กสิทธิประโยชน์ฟุตบอลโลกของ โจชัว คุชเนอร์ ครั้งนี้ จึงกลายเป็นบททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดบทหนึ่งของวงการกีฬาโลก ว่าสุดท้ายแล้ว “พลังเงินทุนนิยม” หรือ “จิตวิญญาณดั้งเดิมของลูกหนัง” จะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะในการลงมติที่กำลังจะมาถึง