‘ศุภชัย’ยื่นกกต.สอบ’ชูวิทย์’ทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ใส่ร้ายภูมิใจไทยทุจริต

51

ศุภชัย ใจสมุทร ยื่นกกต.สอบชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ ทำผิดกฎหมายเลือก ใส่ร้ายด้วยข้อความเท็จ ให้พรรคภูมิใจไทยเสื่อมเสียคะแนนนิยม

วันที่16 มี.ค. 2566 นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ได้ยื่นหนังสือร้องเนียนถึงประธานกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวหานายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กระทำการผ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการ
เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ และที่แก้ไซเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๖

โดยระบุว่า ด้วยอายุของสภาผู้แทนราษฎรจะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖ และจะต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเลือกตั้งและการหาเสียงเลือกตั้งของทุกพรรคการเมืองที่ประสงค์จะลงสมัครรับเลือกตั้ง รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย แต่ปรากฎว่านายชูวิทย์ กมสวิศิษฎ์ได้กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ.๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๖ มาตรา ๗๓ ดังนี้
๑. เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ เวลากลางวัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้แถลง
ข่าวที่โรงแรมเดอะ เดวิส ตั้งอยู่ที่ ๘๘ สุขุมวิท ๒๔ แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานครและมีการเผยแพร่ตามสื่อแขนงต่างๆ เป็นการทั่วไป มีข้อความว่า เกมส์นี้เมื่อผมเปิดแล้ว ผมไม่ต้องเคลียร์ ไม่ต้องจบ ลากกันยาวๆ ไปถึงเลือกตั้งเลย และผมจะถล่มไอ้พรรคภูมิใจไทยเพราะมันเป็น Nation Enemy มันเป็นศัตรูของชาติ มันมีการคอรับชั่น มีการโกง มีเงินทอน มีทุกอย่างครบสูตร อันเป็นการใส่ร้ายด้วย ความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรรคภูมิใจไทย
ดังมีรายละเอียดตามสิ่งที่ส่งมาด้วย ๑ นาทีที่ ๒๐.๐๙ ถึงนาทีที่ ๒๐.๓๙
๒. เฟสบุกค์ เนชั่นสุดสัปดาห์ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๖ ได้ลงภาพนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ มีข้อความในภาพว่า “ผมจะทำลายคะแนนของพรรคภูมิใจไทย” และมีคำพูดประกอบข่าว
ตอนหนึ่งว่า”นายศักดิ์สยาม เป็นคนหนึ่งที่อยู่พรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยามเป็นผู้รับเหมา นายอนุทินก็เป็นผู้รับเหมา นายเนวิน กำกับอยู่เบื้องหลัง ส่วนนายสนธิ เป็นที่ปรึกษา ผมบอกว่าอย่าเลือกพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้บอกว่าให้เลือกพรรคไหน ” อันเป็นการชักชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครพรรคภูมิใจไทยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยการใส่ร้ายด้วยความเท็จหรือจูงใจให้
เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคภูมิใจไทย
๓. เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๖ เวลากลางวัน นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ได้แถลงข่าว
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตั้งอยู่ที่ ๓๖๑ ถนนนนทบุรี ตำบลท่าทราย อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี และมีการเผยแพร่ตามสื่อแขนงต่างๆ เป็นการทั่วไปตาม
สิ่งที่ส่งมาด้วย ๓ มีข้อความบางส่วนว่า ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ ไอ้กระทรวงนี้ เป็นกระทรวง
รับเหมา มันก็ใช้แต่ผู้รับเหมามาเป็นเจ้ากระทรวง กี่ครั้งกี่หน นายอนุทิน ผู้รับเหมาเก่า นายศักดิ์สยาม ผู้รับเหมาเก่า ทำมาหากินกับกระทรวงคมมาคม คุณลองไปดูสิครับว่า ไอ้พรรคของ ไอ้อนุทิน เนี่ยมันอยู่กระทรวงคมนาคมเนี่ย มากี่ยุค กี่สมัยแล้ว ยกเว้นช่วงปฏิวัติดังนั้นเนี่ยเงินต่างๆ เหล่านี้ผมจำเป็นต้องเผาไปให้ เพราะว่าอยากได้กันนัก เงินทอน เงินเปอร์เซ็นต์ และไอ้ชักเปอร์เซ็นต์เนี่ย ไปแบ่ง
ใคร ๒% ใคร  ๔% เดี๋ยวได้รู้กัน ตามเอกสารสิ่งที่ส่งมาด้วย ๔ หน้า 6 บรรทัดที่ ๑๙ ถึง ๒๓
และหน้า ๓ บรรทัดที่ ๑ และข้อความว่าจะเดินลุยไปทำเท่าที่จะทำเพื่อให้ไอ้พรรคภูมิใจไทยเนี่ย มันได้คะแนนเสียงน้อยที่สุด  อันเป็นการใส่ร้ายด้วยความเท็จ ต้องการทำลายคะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทย โดยมีเจตนาให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดและทำลายคะแนนนิยมของผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย
ผู้ร้องในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยและสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
ทุกคน ได้รับความเสียหายจากคำพูดของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ และข้อ ๓ ซึ่งเป็นการใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยเพื่อต้องการให้ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดว่าพรรคภูมิใจไทยกระทำการเป็นปรปักษ์ของชาติ มีการคอรัปชั่นโดยใช้อำนาจที่ผิดกฎหมายเพื่อจะให้ได้รับประโยชน์อันมิควร ได้ มีการโกงโดยใช้อุบาย เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง มีการได้รับเงินทอนเป็นเงินส่วนต่างที่ได้รับอุดหนุนจาก
รัฐบาล ซึ่งเงินอุดหนุนหรืองบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐบาลนั้น การใช้เงินดังกล่าวมีกฎหมายระเบียบ ขั้นตอนของทางราชการกำหนดไว้อยู่แล้ว นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์มีเจตนาที่จะถล่มคือการทำลายพรรคภูมิใจไทย และต้องการทำลายคะแนนของพรรคภูมิใจไทย ความเป็นจริงแล้วพรรคภูมิใจไทยและผู้บริหารไม่เคยมีพฤติกรรมหรือมีการกระทำตามที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ได้แถลงแต่อย่างใด การกระทำของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และที่
แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๖ และมีโทษตามมาตรา ๑๕๙ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน
กรณีนี้ เป็นการกระทำอันจะทำให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะมีขึ้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ในเวลาที่ยังไม่ได้มีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการ
เลือกตั้ง ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา๒๒ กำหนดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีหน้าที่และอำนาจในการควบคุม กำกับ ดูแลการเลือกตั้งให้
เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย ให้ถือเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการที่จะต้องดำเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน เพื่อป้องกันและขจัดการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำใดอันจะก่อให้เกิดความไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธ รรมในการเลือกตั้งได้ไม่ว่าจะเป็นเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยวิธีการหาเสียงและลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๖๑ ให้นิยามคำว่าการหาเสียงเลือกตั้งหมายความว่าการแสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชนหรือสมาชิกจากชุมชนเพื่อให้ได้คะแนนโหวตให้แก่ตนเองผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองแล้วแต่กรณีการกระทำของ นาย ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เป็นการหาเสียงที่มีวัตถุประสงค์มิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนน
เลือกตั้งให้ผู้สมั่ครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อของพรรคูมิใจไทย และเป็นการใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดมอันเป็นลักษณะต้องห้ามในการหาเสียงตามระเบียบดังกล่าว ทั้งนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๖ มาตรา ๑๓๗ กำหนดว่าก่อนหรือในวันเลือกตั้ง เมื่อคณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้ว หรือพบเห็นการกระทำที่มีเหตุอันควรสงสัยว่า
การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือกรรมการแต่ละคนซึ่งพบเห็นการกระทำหรือการงดเว้นการกระทำใดอันอาจเป็นเหตุให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมหรือเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมายให้มีอำนาจสั่งระงับ ยับยั้ง แก้ไขเปลี่ยนแปลง
ผู้ร้องจึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวนกรณี
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕-๑ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๖๖ และดำเนินการตามกฎหมายกับนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ กับทั้งขอให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งหรือกรรมการการเลือกตั้งใช้อำนาจตามกฎหมายสั่งระงับยับยั้งการกระทำของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่จะมีขึ้นในภายหน้าในการกล่าวถ้อยคำใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยจึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการต่อไป