ยธ.ผนึกกำลัง สธ. พัฒนาระบบบริการสำหรับเด็กและยช.ในกระบวนการยุติธรรม

29

กรมพินิจฯ กระทรวงยุติธรรม ผนึกกำลังกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ “พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขสำหรับเด็กและเยาวชนในกระบวนการยุติธรรม”

กระทรวงยุติธรรม โดย กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2566 เรื่อง “การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน” โดยมี นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้กล่าวเปิด พร้อมด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และนายแพทย์จักรกริช โง้วศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ร่วมลงนามฯนพ.ณรงค์ กล่าวว่า ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ทั้ง 3 หน่วยงานจะร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติงานตามพันธกิจของแต่ละหน่วยงานในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน ให้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เด็กและเยาวชนได้รับการดูแลสุขภาพและเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ตามหลักสิทธิมนุษยชน ครอบคลุมทั้งการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพ ตลอดจนปัญหาสุขภาพจิต ปัญหายาเสพติดและโรคทางจิตเวชพ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าวว่า การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน รวม 98 แห่ง ทั่วประเทศ มีเด็กและเยาวชนในการดูแลจำนวน 12,192 คน โดยมีกรอบความร่วมมือ ได้แก่ (1) สนับสนุนและพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนบันทึกข้อตกลง และมีหน่วยงานอื่นเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการตามความเหมาะสม (2) สนับสนุนการดำเนินการตามพันธกิจของแต่ละฝ่าย เช่น การสนับสนุนทางวิชาการ องค์ความรู้ และบุคลากร และ (3) ร่วมกันกำหนดแนวทาง รายละเอียดการดำเนินงาน รวมถึงการกำกับ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานด้าน นพ.จักรกริช กล่าวว่า สปสช. จะจัดให้มีระบบการลงทะเบียนเพื่อเลือกหน่วยบริการประจำให้เด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ เพื่อให้เข้าถึงบริการในระบบหลักประกันสุขภาพ รวมทั้งบริหารการจัดสรรและจ่ายชดเชยค่าบริการในกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้แก่หน่วยบริการ หรือหน่วยงาน หรือองค์กรที่มีสิทธิรับค่าใช้จ่ายกองทุนฯ ตลอดจนร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข และกรมพินิจฯ ในการจัดทำข้อมูลสิทธิการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชน ให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและร่วมกันพัฒนาระบบประกันสุขภาพของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจฯ และศูนย์ฝึกฯ ให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มที่ไร้สิทธิหรือไม่สามารถตรวจสอบสิทธิหลักประกันสุขภาพได้ เพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขขั้นพื้นฐานอย่างเท่าเทียมกันทั้งนี้ บันทึกข้อตกลงฯ ดังกล่าวมีขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักและร่วมกันพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขของเด็กและเยาวชนในสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 98 แห่ง กว่า 12,000 คน ให้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งกายและใจระหว่างถูกควบคุม และเพื่อพัฒนาและสนับสนุนการจัดระบบบริการสาธารณสุขให้ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันควบคุมโรค การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูสมรรถภาพที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึงและอย่างเสมอภาค สามารถดูแลตนเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตระหว่างที่ถูกควบคุมให้เป็นตามหลักสิทธิมนุษยชนในการนี้ นางสาวศิริประกาย วรปรีชา รองอธิบดีกรมพินิจฯ และนายแพทย์กรกฤช ลิ้มสมมุติ ผู้อำนวยการกองบริหารการสาธารณสุข ร่วมลงนามฯ เป็นสักขีพยาน พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมพินิจฯ และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เข้าร่วมพิธี พร้อมกันนี้ อธิบดีกรมพินิจฯ ได้มอบ “มาลัยกรผ้าขาวม้า” ผลิตภัณฑ์ฝีมือเด็กและเยาวชนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนเขต 4 ให้แก่ผู้ลงนามเพื่อเป็นของที่ระลึกในโอกาสดังกล่าว ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 อาคาร 1 ตึกสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี