ย้อนเทียบจุดอ่อนจุดแข็ง‘ทักษิณ-ประยุทธ์’ กับ‘ว่าที่นายกฯ’ในมุมนักเขียนซีไรต์

78

“วิมล ไทรนิ่มนวล” นักเขียนซีไรต์ เปรียบเทียบจุดอ่อนจุดแข็ง”ทักษิณ-ประยุทธ” กับ เก้าอี้ ว่าที่นายกรัฐมนตรี ในมุมมองของนักเขียน ใครดีกว่ากัน

วันที่ 27 มีนาคม 2566 วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กหัวข้อ “ว่าที่นายกรัฐมนตรี” มีเนื้อหาดังนี้…

“ว่าที่นายกรัฐมนตรี”

ถ้าดูคนที่เหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีทีละคน​ ก็จะตัดสินใจเลือกได้ง่ายขึ้น

ดูว่าใครมีประสบการณ์และความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดินเป็นอันดับแรก​ ก็เห็นว่ามี พล.อ.ประยุทธ์ กับ คุณทักษิณ เท่านั้นที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี​

-คุณทักษิณเป็นมาก่อน…เป็นมานานจนทหารยึดอำนาจจากคุณยิ่งลักษณ์​ (2544-2557) สิ่งที่เขาทำมีประโยชน์ก็มี​ ส่วนมากจะเป็นเรื่องประชานิยม​ และหลายๆเรื่องก็เป็นโทษแก่ประชาชน​ อย่างโครงการจำนำข้าว​นั้นเละเทะ​ สูญเสียภาษีและข้าวไปมากมาย​ แต่กลายเป็นประโยชน์มหาศาลแก่คนโกงชาติ​ และชาวนาฆ่าตัวตาย 22 คน

จนแทบจะพูดได้ว่าทุกนโยบาย​ ทุกโครงการ เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของนักโกงชาติทั้งนั้น​ เพราะคนโกงชาตินั้นมีนโยบายส่วนตัวคือ​ “แปลงเงินภาษีเป็นของตน” หรืออย่างที่คนรู้ทันเรียกกันว่า​ “ทำธุรกิจในการเมือง”

คุณทักษิณ สร้างภาพตัวเองว่าเก่ง​ รอบรู้​ ทันโลก​ ความคิดก้าวล้ำ​กว่าใคร​ แต่สำหรับผมเห็นว่าเขาตกยุคไปแล้ว​ สิ่งที่เขาเก่งตอนมีอำนาจก็อย่างที่คนสนใจเรื่องบ้านเมืองรู้นั่นแหละ​ ว่าเก่งอะไรและอย่างไร

เขาเป็นพ่อค้า​นักธุรกิจคนหนึ่งเท่านั้น​ ซึ่งร่ำรวยมาด้วยวิธีเดียวกับที่เขาใช้ในการเมืองนั่นแหละ​

เลือกตั้งครั้งนี้…ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล​ คุณทักษิณก็จะบริหารราชการแผ่นดินหรือชักเชิดคนในพรรคอยู่นอกประเทศเหมือนที่เคยทำมา

– พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีมา 8 ปี​ อยู่ในสถานการณ์ฯของประเทศไทยและโลกที่เป็นปัจจุบันตลอดมา​ การบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในมือ รู้เรื่องการทหาร​-ความมั่นคงทั้งภายนอกภายในประเทศดี รู้เรื่องเศรษฐกิจพอที่จะตัดสินใจได้​ ประการสำคัญคือความจริงใจ​ ซื่อสัตย์​ ซึ่งพอช่วยให้คนใกล้ตัวและรองๆลงไปเกรงใจบ้าง

เพราะ “ถ้าหัวไม่โกง​ หางก็กระดิกไม่มาก” จะบอกว่าไม่มีคอรัปชั่นนั้นเป็นไปไม่ได้

จุดอ่อนคือเรื่องการปฏิรูปตำรวจ การศึกษา​ สาธารณสุข​ ดังที่เคยประกาศไว้​ แต่มีคนบอกว่า 2 เรื่องหลังนี้ทำบ้างแล้ว​ ส่วนตำรวจ​ ทำอะไรหรือไม่​ อย่างไร​ ถ้าดูข่าวก็ต้องบอกว่าแย่กว่าเดิม

นักการเมืองคนอื่นๆที่มีประสบการณ์หรือเคยเป็น​ ส.ส.​ เคยเป็นรัฐมนตรีมาแล้วก็เป็นนายกฯได้​ ดีไม่ดีไม่ทราบ ตั้งแต่คุณอนุทิน​ คุณจุรินทร์​ คุณสุวัจน์​ คุณกรณ์​ คุณหมอวรงค์​ ส่วนคุณธนาธร ไม่พูดถึงดีกว่า!

ประเทศไทยมีนักการเมืองที่ดีหลายคน​ แต่ความดีในสนามเลือกตั้งนั้นใช้ได้ไม่มากนัก​ มันสู้กระแส​ กระสุน​ กระสันไม่ได้​ จึงต้องอาศัยโชคช่วย!

เราจึงต้องอยู่กับการเมืองแบบลุ่มๆดอน​ๆ สุกๆดิบๆ​ ครึ่งบกครึ่งน้ำ​ นักการเมืองครึ่งหนึ่ง​ พัฒนาประเทศครึ่งหนึ่ง ทหารบ้าง​ พลเรือนบ้าง.. อยู่ๆกันไป​ เพราะลมปากและการสร้างภาพของนักการเมือง​ + ผู้เลือกตั้งที่เลือกนักการเมืองด้วยแรงจูงใจที่ไม่เกี่ยวกับ​ “งานเมือง” เสียมาก