สแกนสารพัดโครงการพัฒนาภาคใต้ที่พิพัฒน์ ใช้ในการหาเสียง
ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยดูแลภาคใต้ ได้เสนอโครงการพัฒนาภาคใต้หลายโครงการ ทั้งการสานต่อโครงการเดิมและโครงการใหม่ ประกอบด้วย
เดินหน้าโครงการเดิม
1. รถไฟทางคู่ ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา
โครงการนี้แบ่งเป็น 2 ช่วงหลัก ภายใต้แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง:
ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี: งบประมาณประมาณ 24,294 ล้านบาท (ระยะทาง 168 กม.
ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา: งบประมาณประมาณ 57,375 ล้านบาท (ระยะทาง 321 กม.)
รวมงบประมาณทั้งสิ้น: ประมาณ 81,669 ล้านบาท
2. โครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ชุมพร – ระนอง
เป็นโครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ซึ่งถือเป็นโครงการที่มีมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ภาคใต้:
งบประมาณรวม ประมาณ 1,001,210 ล้านบาท (1 ล้านล้านบาท)
การแบ่งสัดส่วนงบประมาณ:
ท่าเรือฝั่งระนอง: 3.3 แสนล้านบาท
ท่าเรือฝั่งชุมพร: 3 แสนล้านบาท
เส้นทางเชื่อมโยง (SRI): มอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่เชื่อม 2 ฝั่ง: 1.4 แสนล้านบาท
งบประมาณส่วนอื่นๆ และค่าเวนคืนที่ดิน
3. สะพานเชื่อมเกาะสมุย (สุราษฎร์ธานี – เกาะสมุย)
โครงการนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาของ กทพ. เพื่อแก้ปัญหาการจราจรทางน้ำ:
งบประมาณคาดการณ์: ประมาณ 33,900 ล้านบาท (ตัวเลขนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแนวเส้นทางที่สรุปสุดท้าย ซึ่งรวมค่าก่อสร้างสะพานข้ามทะเลและทางเชื่อมต่อ)
4. สะพานสตูล – เปอร์ลิส (สะพานตำมะลัง) โครงการความร่วมมือชายแดนไทย-มาเลเซีย:
งบประมาณ: ประมาณ 2,200 – 3,000 ล้านบาท (งบประมาณส่วนใหญ่อยู่ที่โครงสร้างสะพานข้ามป่าชายเลนและถนนเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจชายแดน)
5.โครงการรถไฟฟ้ารางเบา (LRT) หาดใหญ่
เส้นทางหลัก (เฟส 1): สายสีแดง คลองหวะ – สถานีรถตู้
ระยะทาง: ประมาณ 12.54 กิโลเมตร
จำนวนสถานี: 12 สถานี (เช่น สถานีคลองหวะ, ขนส่งหาดใหญ่, ม.สงขลานครินทร์ (ม.อ.), ตลาดกิมหยง, และไปสิ้นสุดที่สถานีรถตู้ตลาดเกษตร)
รูปแบบระบบ: เป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) ยกระดับตลอดเส้นทาง เพื่อลดผลกระทบกับการจราจรบนผิวถนนเดิม
งบประมาณคาดการณ์: ประมาณ 17,500 – 18,000 ล้านบาท
รูปแบบการลงทุนที่เสนอคือ PPP (Public-Private Partnership) โดยให้เอกชนร่วมลงทุนและบริหารจัดการเดินรถ
ความคืบหน้าปัจจุบัน (อัปเดต 2026)
สถานะ: โครงการนี้ผ่านการศึกษาความเหมาะสม (Feasibility Study) และรายงาน EIA เรียบร้อยแล้ว แต่ที่ผ่านมาติดปัญหาเรื่องงบประมาณและการพิจารณาจากส่วนกลาง (รฟม. และกระทรวงคมนาคม)
ประเด็นสำคัญ: ปัจจุบันมีการปรับแผนให้สอดคล้องกับแนวคิด “เมืองอัจฉริยะ (Smart City)” โดยพยายามเชื่อมโยงสถานีเข้ากับระบบขนส่งรอง (Feeder) เช่น รถบัสไฟฟ้า (EV Bus) เพื่อให้โครงการดูมีความคุ้มค่าทางการเงิน (Bankable) มากขึ้นในสายตาของผู้ร่วมทุนเอกชน
6.โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา
แนวเส้นทาง: * จุดเริ่มต้น: ทางหลวงชนบทสแกนพท.4004 บริเวณ ต.จองถนน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
จุดสิ้นสุด: ทางหลวงชนบทสาย สข.4017 บริเวณ ต.เกาะใหญ่ อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา
ลักษณะโครงการ: เป็นสะพานข้ามทะเลสาบสงขลา ความยาวรวมประมาณ 7 กิโลเมตร โดยตัวสะพานมีดีไซน์แบบ “Extradosed” (สะพานขึงผสมคอนกรีตอัดแรง) ที่สวยงามและเน้นการรักษาสภาพแวดล้อม
งบประมาณก่อสร้าง: ประมาณ 4,841 ล้านบาท
โดยรัฐบาลไทยได้รับอนุมัติเงินกู้จากธนาคารโลก (World Bank) ประมาณ 70% และงบประมาณสมทบจากภาครัฐอีก 30%
ความคืบหน้าปัจจุบัน
สถานะ: ผ่านการเห็นชอบรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว
การประมูล: อยู่ในขั้นตอนเตรียมการจัดซื้อจัดจ้างและหาผู้รับจ้าง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในเร็วๆ นี้ (แผนเดิมคือช่วงปี 2567-2569)
โครงการใหม่
7.โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกพุมเรียง (อ.ไชยา)
โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับ SEC (Southern Economic Corridor):
งบประมาณคาดการณ์: ประมาณ 2,500 – 5,000 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับขนาดของเทอร์มินัลและขอบเขตการขุดลอกร่องน้ำลึกเพื่อรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่)
คาดว่า โครงการจะเริ่มศึกษาในปีงบประมาณ 2570
8.โครงการถนนสายใหม่ ไชยา (สุราษฎร์ธานี) – พะโต๊ะ (ชุมพร) – ระนอง
เส้นทางนี้ถูกวางตัวให้เป็นถนนแนวขวาง (East-West Link) เส้นใหม่ที่จะ “ขนาน” ไปกับสายหลังสวน-ราชกรูด (ทล.4006) แต่จะมีมาตรฐานการรองรับน้ำหนักและโลจิสติกส์ที่สูงกว่า
แนวเส้นทาง: * เริ่มต้นจากฝั่งอ่าวไทยบริเวณ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี * ตัดผ่านพื้นที่รอยต่อเข้าสู่ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
มุ่งหน้าสู่ฝั่งอันดามันที่ จ.ระนอง เพื่อเชื่อมต่อกับท่าเรือน้ำลึกระนองโดยตรง
งบประมาณคาดการณ์: * เนื่องจากเป็นเส้นทางตัดใหม่ที่ต้องผ่านภูมิประเทศภูเขาและป่าไม้ งบประมาณเบื้องต้นในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานถนน (ไม่รวมมอเตอร์เวย์ในโครงการแลนด์บริดจ์) คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 12,000 – 15,000 ล้านบาท (หากรวมระบบอุโมงค์ตัวเลขอาจสูงขึ้นกว่านี้)
วิเคราะห์โครงการ
ตัวเลขงบประมาณของ แลนด์บริดจ์ และ สะพานสมุย เป็นตัวเลขการลงทุนขนาดใหญ่ที่เน้นดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติและเอกชน (PPP)
ในขณะที่ รถไฟทางคู่ เป็นงบประมาณจากงบแผ่นดินและการกู้เงินลงทุนของรัฐบาลโดยตรง
หากโครงการเหล่านี้สำเร็จทั้งหมด จะมีการไหลเวียนของเงินทุนในภาคใต้มากกว่า 1.1 – 1.2 ล้านล้านบาท ในช่วง 10 ปีข้างหน้า
ส่วนเส้นทางไชยา-ระนอง เส้นทางนี้เป็นอีกหนึ่ง”หัวใจ” ของโครงการ SEC และ Landbridge เพราะ:
ย่นระยะทาง: ลดระยะเวลาการขนส่งจากท่าเรืออ.ไชยา ไปยังท่าเรือระนองได้มากกว่า 40-50 นาที เมื่อเทียบกับสายเดิม
แนวระเบียงเศรษฐกิจ พื้นที่สองข้างทางของเส้นทางใหม่นี้จะถูกวางผังเมืองให้เป็นเขตอุตสาหกรรมต่อเนื่องและศูนย์กระจายสินค้า
การคัดค้าน
เป็นประเด็นข่าวที่ต้องตามต่อ เพราะเส้นทางตัดใหม่มักจะผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1A และเขตป่าสงวน ซึ่งจะเป็นประเด็นร้อนในอนาคตแน่นอน
ตัองติดตามว่า โครงการทั้งหมดที่นายพิพัฒน์ ได้หาเสียงจะสำเร็จลุล่วงกี่โครงการ



