ศาลปากน้ำสั่ง ม.ราม เลิกจ้าง “สืบพงษ์” ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

130

“ศาลจังหวัดสมุทรปราการ” สั่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้เลิกจ้าง”สืบพงษ์ ปราบใหญ่” อธิการบดี ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่-พร้อมขนของออกจากสำนักงานทันที เหตุปลอมแปลงวุฒิการศึกษา

วันที่ 18 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดสมุทรปราการ มีคำสั่งนัดไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราวกรณี มหาวิทยาลัยรามคำแหง ในฐานะโจทก์ขอไต่สวนคุ้มครองชั่วคราว จากกรณีการใช้วุฒิการศึกษาปริญญาเอกปลอม ดำรงตำแหน่งอาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ของนายสืบพงษ์ ปราบใหญ่ อธิการบดี และให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมพวก 28 คน

โดยศาลมีคำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 นำวุฒิปริญญาเอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกพ.สมัครเป็นพนักงานของโจทก์ ตำแหน่งอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ จึงเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ไม่มีฐานะเป็นพนักงานโจทก์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

โดยโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้าง จึงทำให้จำเลยที่ 2 ถึง 28 หลุดพ้นจากตำแหน่งรองอธิการบดีไปตามกฎหมาย การที่จำเลยทั้ง 28 คน เข้ามาปฏิบัติหน้าที่หลังจากที่โจทก์บอกเลิกสัญญาจ้างกับจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ได้รับความ เสียหาย จึงเห็นควรนำวิธีการชั่วคราวก่อนคำพิพากษามาใช้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาตรา 254 (2)

ทั้งนี้ให้จำเลยทั้ง 28 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่และขนย้ายทรัพย์สินพร้อมบริวาร ออกจากสำนักงานอธิการบดีอันเป็นสถานที่ปฏิบัติงานของโจทก์และรองอธิการบดีของโจทก์ตามฟ้อง จนกว่าคดีจะถึงที่สุด แจ้งจำเลยทั้ง 28 คนทราบ ให้โจทก์นำส่ง การส่งไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิดหมายได้

โดยกรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สภามหาวิทยาลัยรามคำแหง ถอดถอน นายสืบพงษ์ ออกจากตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และยื่นฟ้องนายสืบพงษ์และพวก เนื่องจากนายสืบพงษ์มีคุณสมบัติต้องห้ามตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยรามคำแหง ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้บริหาร พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลทันที

โดยระบุพฤติการณ์ ได้แก่ 1. ใช้วุฒิการศึกษาปริญญาเอกที่ไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในการสมัครเข้าบรรจุเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ตำแหน่งอาจารย์คณะศึกษาศาสตร์ จากการตรวจสอบวุฒิการศึกษาปริญญาเอกของ ผศ.สืบพงษ์ ปรากฏว่า “ไม่พบข้อมูลระดับปริญญาเอก” ตามหนังสือลับจากสำนักงาน ก.พ. ลงวันที่ 10 ส.ค. 2565 จึงเป็นที่มาของการฟ้องศาลในครั้งนี้