สุดจะทน!! “หมอปุยเมฆ” โพสต์ น้ำตานองหน้า เผยวินาทียื่นใบลาออก

152

บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราว นักแสดงสาวสวย ปุยเมฆ นภสร หรือ แพทย์หญิงนภสร วีระยุทธวิไล หรือ “หมอปุยเมฆ” โพสต์บนทวิตเตอร์ หลังจากตัดสินใจยื่นหนังสือขอลาออกจากราชการ พร้อมแจงสาเหตุผ่านเรื่องราวที่ตัวเองประสบมาให้ฟังว่า

“เห็นช่วงนี้กระแสข่าว intern ลาออกจากระบบกันเยอะ ขอพูดในฐานะคนที่เพิ่งตัดสินใจลาออกมาละกัน งานในระบบหนักจริง แต่ถามว่าอยู่ในระดับทนได้มั้ย ทนได้ ไม่ตาย แต่ใกล้ตาย เสียทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต วินาทีที่ตัดสินใจลาออก คือ ตอนนั้นวนmed อยู่เวรทั้งคืน มาราวน์เช้าต่อ ชาร์ตกองตรงหน้าเกือบ40 คนไข้นอนล้นวอร์ดเสริมเตียงไปถึงหน้าลิฟต์ ภาพหดหู่มาก แถมเหนื่อยและง่วง ราวน์คนเดียวทั้งสาย สต๊าฟมา10โมง เดินมาถาม ‘น้องยังราวน์ไม่เสร็จหรอ ต้องเร็วกว่านี้นะ’ วินาทีนั้นตัดสินใจเลย ดอบบี้ขอลา”

“คือเข้าใจว่างานมันเยอะ หนักทั้ง intern ทั้ง staff แหล่ะ (staffเองก็ไม่ไหว ลาออกก็เยอะ) และมันดูไม่มีทางออกให้กับปัญหานี้เลย รพ.ไม่มีแนวโน้มจ้างคนเพิ่ม ลดลงทุกปี บอกกระทรวงลดงบ คนทำงานหารหน้าที่กันจนไม่รู้จะหารยังไง เหมือนอยู่เป็นแรงงานทาสไปเรื่อยๆอ่ะ ไม่มีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์”

“อันนี้ตลกมาก ตอนนั้นรู้สึกอยู่ในจุดอ่อนแอสุดๆจนต้องเซลฟี่เก็บไว้ รูปแรก งานเยอะจนท้อ น้ำตาไหลอยู่หน้าคอมตอนดูแลปคนไข้ ไม่อยากให้คนเห็นว่าร้อง อายเค้า เลยหลบมาร้องในห้องน้ำหลังวอร์ด รูปสอง โมเม้นในทุกเช้า ถามตัวเอง สู้6ปีเพื่อมาเจอสิ่งนี้หรอ จึงเกิดภาพ ‘หนูนิดไม่อยากไปทำงาน’ 555”

“ถือว่าแชร์ให้ฟังละกัน มันก็มีทั้งคนที่ทนได้ กับทนไม่ได้ เราคงมี treshold ความเหนื่อยไม่สูงมาก ไม่ชอบการพักผ่อนน้อยแล้วมาทำงาน รู้สึกตัวเองจะทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพที่ดีเท่าที่ควร ก็คิดว่าถอยดีกว่า ไปหางานที่เหมาะกับเราข้างนอกทำดีกว่า ไม่เป็นข้าราชการก็ไม่ตายแก สู้”ขณะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล โพสต์ข้อความระบุว่า “ซีรีส์หมอจบใหม่ลาออก มีกระแสหมอจบใหม่ลาออกกันเยอะ (ทั้งก่อนเริ่มงาน และหลังใช้ทุนครบหนึ่งปี) โดยสรุป งานหนัก คุณภาพชีวิตย่ำแย่ (อยู่เวรเยอะ, ไม่ได้พักผ่อน) งานเกินหน้าที่ (งานคุณภาพ, งานบริหาร) สวัสดิการแย่ (บ้านพัก) เงินออกช้า (3 เดือนขึ้นไป) ค่าตอบแทนไม่คุ้มความเสี่ยง

สตาฟฟ์, รุ่นพี่ เอาเปรียบ คนไข้กดดัน ความคาดหวังสูง ไม่เห็นวี่แววความใส่ใจ ความเปลี่ยนแปลง ไม่เฉพาะหมอ แต่รวมถึงหน้าที่อื่นๆ ใน รพ. พยาบาล, เภสัช, เทคนิคการแพทย์, กายภาพ เวลาที่หมอ หรือ เจ้าหน้าที่ รพ. บ่น จะต้องมีใครสักคนที่บอกว่าทนไม่ไหวก็ลาออกไป คำตอบอยู่ในรูปสุดท้าย นี่ไงลาออกไป 1/3 จากทั้งหมด 2,700 คน ออกไป 900 คน”

ทั้งนี้ หลังจากมีการโพสต์ข้อความดังกล่าวชาวเน็ตได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก อาทิ …แล้วทำไมไม่เรียนสายอื่นแต่แรก อาชีพหมอมันควรจะเป็นของคนด้อยโอกาสที่อยากจะพลิกฐานันดรให้ครอบครัว ไม่ใช่อาชีพของลูกคนรวยที่ไม่รู้จะเรียนอะไรเลยเลือกหมอเพราะอยากสบาย …. ตอบคำถามพ่อแม่ที่อยากให้ลูกเรียนหมอได้สะทีพอดีเจอคำถามนี้บ่อยๆช่วงนี้…แชร์อีก 1 ประเด็น ใน รพ จังหวัด staff บางคนก็เอาตัวรอดให้ int ดูคนไข้ แล้วตัวเองก็ไปรับ Jop ที่เอกชน คนไข้ใน รพ รัฐก็ปล่อยตามยถากรรมไป แต่ถ้าไปที่เอกชนดูแลยิ่งกว่าญาติ ตามแปปเดียวก็รีบบึ่งมาดู เข้าใจเรื่องปากท้อง แต่จรรยาบรรณและความรับผิดชอบควรมี ไม่ใช่โยนภาระให้แต่หมอจบใหม่ int จบมาใช้ทุนเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ต้องมาเจอกับสถานการณ์โดนรับผิดชอบคนไข้อย่างโดดเดี่ยว ไม่ได้รับการสอนหรือ share experience แถมภาระบน word ก็ตกเป็นของพยาบาลเป็นหลัก ไม่แปลกใจที่คนไข้และญาติตามต่างจังหวัดเรียกพยาบาลว่าหมอ เพราะเจอตัวบ่อยกว่า staff บางคนที่ไม่ค่อยมีจรรยาบรรณอีก ฯลฯ