หน้าแรก ในประเทศ “ช่อ” ทวีต RIP บุ้ง คนเห็นต่างไม่สมควรตาย เจ้าตัว บริจาคร่างกายให้ รพ.

“ช่อ” ทวีต RIP บุ้ง คนเห็นต่างไม่สมควรตาย เจ้าตัว บริจาคร่างกายให้ รพ.

‘ช่อ’ทวีต RIP ‘บุ้ง’ ระบุคนเห็นต่างไม่สมควรตายหรือติดคุก ถามสังคมต้องรอให้มีคนตายก่อนหรือ จึงจะตระหนัก เปิดหนังสือ “บุ้ง” บริจาคร่างกายให้คณะแพทย์มธ. หวังนำร่างไปทำประโยชน์

วันที่ 14 พ.ค.2567 น.ส.พรรณิการ์ วานิช เลขาธิการคณะก้าวหน้า ทวีตข้อความผ่าน x ถึงกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง ทะลุวัง นักกิจกรรมทางการเมือง ว่า ต้องรอให้มีคนตายก่อนหรือ ถึงจะทำให้สังคมตระหนักว่าคนเห็นต่างไม่สมควรตายหรือติดคุก และสิทธิการประกันตัวเป็นของทุกคน หรือแม้แต่มีคนตายแล้ว ก็จะยังไม่เข้าใจ ไม่รับรู้กันอีก? มีอีกหลายคนยังอยู่ในคุก ไม่ได้ประกัน มีอีก 3 คน ที่อดอาหารประท้วงอยู่ในเรือนจำ ถึงจะเห็นต่างกัน แต่เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน พึงรักษาความเป็นมนุษย์กันไว้เถอะนะ RIP บุ้ง.

ก่อนหน้านี้ น.ส.เนติพร ได้ทำหนังสือแสดงเจตนาขอบริจาคร่างกาย และหนังสือเจตนาไม่ประสงค์จะขอรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิต หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วย ลงลายมือชื่อ น.ส.เนติพร เสน่ห์สังคม หรือ บุ้ง แกนนำกลุ่มทะลุวัง

โดยเอกสารระบุ “ข้าพเจ้านางสาวเนติพร เสน่ห์สังคม หนังสือฉบับนี้ทำขึ้นเพื่อแสดงเจตนาของข้าพเจ้า ซึ่งถูกคุมขังอยู่ตามหมายขังของศาลอาญากรุงเทพใต้ และขณะนี้กำลังทำการอดอาหารและน้ำเพื่อประท้วงกระบวนการยุติธรรมและเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบตุลาการและกระบวนการยุติธรรมของไทย

ข้าพเจ้าขอแสดงเจตนาต้องการบริจาคร่างกายของตนภายหลังจากที่ตายแล้ว โดยขออุทิศร่างนี้ให้กับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อการศึกษาและวิจัย เพื่อนำร่างของข้าพเจ้าไปใช้ทำประโยชน์ เป็นการเผยแพร่ความรู้ถึงสภาวะที่จะเกิดขึ้นกับ ร่างกายของมนุษย์เมื่อเกิดการอดอาหารขึ้น

ในการอุทิศร่างกายดังกล่าว ข้าฯขอความกรุณาคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุณารับร่างของข้าฯ ไว้ แม้จะไม่สามารถเดินทางมาติดต่อกรอกข้อมูลและยื่นเอกสารด้วยตนเองได้ ด้วยเหตุผลส่วนตนและเหตุผลจากการที่ถูกคุมขังอยู่ภายใต้การควบคุมของราชทัณฑ์

ทั้งนี้ หากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะทำการรับร่างของข้าฯ ไว้ ก็จักเป็นการขอบพระคุณยิ่ง และต้องขออภัยหากหนังสือแสดงเจตนาของข้าพเจ้าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยประการใด

ขอแสดงความนับถือเป็นอย่างสูง ในกิจการที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรมศาสตร์ และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ได้ยืนหยัดช่วยเหลือประชาชนตลอดมา คุณความดีใดที่ได้จากการอุทิศร่างกายในครั้งนี้ ขอส่งให้กับประชาชนที่ยากลำบากทุกคน และขอให้ไม่มีความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยอีกต่อไป”.