“บิ๊กโจ๊ก” ยื่นปธ.รัฐสภา ถอดถอน ป.ป.ช. ทุจริต ยังไม่ตัดสินใจลงสมัคร ส.ว.

38

“พล.ต.อ.สุรเชษฐ หักพาล” เปิดปฏิบัติการกวาดบ้านให้ ป.ป.ช. ยื่นหนังสือถึง ประธานสภาฯ ลุยถอดถอน กรรมการ ป.ป.ช.บางคน ทุจริต – ร่ำรวยผิดปกติ ยังไม่ตัดสินใจลงสมัคร สว.

วันที่ 16 พ.ค. ที่รัฐสภา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) เข้ายื่นหนังสือถึงประธานรัฐสภา เพื่อถอดถอนคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา มอบหมายให้นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายมุข สุไลมาน เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือแทน

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า การยื่นตรวจสอบ ป.ป.ช.วันนี้ เป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่แสดงถึงพลังของประชาชน นับตั้งแต่มีการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งครั้งแรกที่มีการใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญในการยื่นถอดถอนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ องค์กรอิสระ ถือเป็นเป็นมิติใหม่ของประเทศไทย

ที่ผ่านมามีแต่ประชาชนยื่นแก้ไขกฎหมายต่างๆ แต่ยังไม่เคยมีการรวบรวมรายชื่อแสดงพลังถอดถอนองค์กรอิสระ วันนี้ประเทศไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย ประชาชนถือเป็นพลังสำคัญที่จะนำมาซึ่งกระบวนการต่างๆในการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระที่ปฏิบัติหน้าที่หรือมีพฤติกรรมอันควรสงสัยว่าปฎิบัติหน้าที่โดยความมิชอบตนและประชาชนได้รวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นตรวจสอบกล่าวหากระบวนการถอดถอนเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระกรรมการท่านหนึ่ง ของ ป.ป.ช. ที่มีพฤติการณ์ชวนสงสัยว่าปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ร่ำรวยผิดปกติ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระอีกมากมายในการปฎิบัติหน้าที่ที่ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทุกคน

โดยขั้นต่อจากนี้ ตนจะใช้เวลาประมาณสองสัปดาห์ในการรวบรวมรายชื่อ ตามมาตรา 236 ที่ระบุไว้ว่ากรณีมีเจ้าหน้าที่องค์กรอิสระมีพฤติการณ์ชวนสงสัยว่าปฎิบัติหน้าที่โดยทุจริต ประชาชนสามารถยื่นรายชื่อไม่น้อยกว่า 20,000 คน เพื่อให้มีการยื่นต่อประธานรัฐสภา เพื่อเสนอต่อประธานศาลฎีกาและตั้งคณะกรรมการอิสระขึ้นมาไต่สวนต่อไป เนื่องจากขณะนี้ประชาชนมีการส่งข้อมูลเข้ามาให้ตนอย่างต่อเนื่อง และมีหลายคนติดต่อมาเพื่อร่วมลงชื่อ

โดยจะเปิดจุดแรกให้ประชาชนลงชื่อที่จังหวัดสงขลาซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง พรุ่งนี้เป็นวันแรก ต่อด้วยจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช เชียงใหม่ อุดร ชลบุรีและขอนแก่น ตามลำดับ รวมถึงช่องทางออนไลน์ ที่ใช้ชื่อว่า (Hakparn.com ) “ หักพาล.com ปฏิบัติการกวาดบ้านให้ ป.ป.ช.”

พล.ต.อ. สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่มีความขัดแย้งส่วนตัว พร้อมย้ำด้วย ว่าไม่มีอะไรเหนือกว่าพลังประชาชน ประชาชนเท่านั้นจะปฏิรูปองค์กรอิสระได้ ตนไม่ห่วงอะไรห่วงแค่ว่าประชาชนจะร่วมลงชื่อเกิน 20,000 รายชื่อ

ส่วนกรณียกฟ้องเจ้าหน้าที่บุกค้นจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อกรณีที่ได้ยื่นร้อง ต่อสตช.และ ป.ป.ช.หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ระบุว่า ตนไม่ทราบว่าลูกน้องไปยื่นฟ้องอย่างไร แต่สำหรับตนเองยังไม่ได้ยื่นฟ้องอะไรทั้งสิ้น มีเพียงการยื่นต่อป.ป.ช. ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน และก็เป็นคนละเรื่องกับการกลับคืนสู่ตำแหน่ง เพราะการกลับคืนสู่ตำแหน่งเป็นเรื่องคำสั่งทางปกครอง ส่วนการฟ้องร้องการเป็นเรื่องทางอาญา และใช้กฎหมายคนละฉบับ ส่วนความมั่นใจที่จะกลับเข้าไปสู่ตำแหน่งนั้น ขอยังไม่ตอบเพราะขณะนี้อยู่ในกระบวนการทั้งหมดแล้วขณะที่การคัดเลือกผบ.ตร. ที่ใกล้จะมาถึง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าทั้งบิ๊กต่อและบิ๊กโจ๊ก จะกลับไปรับตำแหน่งที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ก็เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาทั้งหมด ต้องถามนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในส่วนของตนยังคงทำหน้าที่ตามปกติอะไรที่ทำให้ประชาชนได้ก็ทำ

ส่วนจะลงสมัครเลือกสว.หรือไม่ ขอพิจารณาก่อน สมัคร สว.ต้องไม่ใช่ข้าราชการ ซึ่งตอนนี้ตนมีสถานะยังเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอยู่ เพียงแต่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้มอบหมายงานให้กับตน พร้อมบอกถึงหลักคิดการทำงานง่ายๆว่าตัวเองอยู่ที่ไหน ก็ทุ่มเททำงานให้กับประชาชน แก้ไขปัญหาความทุกข์ ความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชนได้มากที่สุดก็จะเอาตรงนั้น.