ศูนย์หม่อนไหมฯ เตือนเกษตรกร แชร์ลูกโซ่ หลอกปลูก”มัลเบอร์รี่”

113

ผอ.ศูนย์หม่อนไหมฯ อุบลราชธานี เตือนภัยเกษตรกร ระวังตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ หลอกให้ปลูกมัลเบอร์รี่ หรือ หม่อนผลสด ในราคา 25,000 – 32,000 บาท โดยให้สัญญาจะรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาด พร้อมให้ชักชวนเพื่อนมาร่วมลงทุนปลูกด้วยขณะที่ สคบ.พบบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.60 นายพิชัย เชื้องาม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อุบลราชธานี) กล่าวว่า ปัจจุบันหม่อนผลสดกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและมีราคาจำหน่ายตามท้องตลาดสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรเริ่มขยายพื้นที่ปลูกหม่อนผลสดมากขึ้นในหลายๆ จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความจำเป็นต้องใช้ต้นพันธุ์และปัจจัยการผลิตอื่นเพื่อเป็นต้นทุนในการผลิต

จากกระแสความต้องการดังกล่าว ทำให้มีบริษัทและกลุ่มบุคคลได้ชักชวนเกษตรกร ให้ร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสด โดยสัญญาว่าจะรับซื้อในราคาสูงเกินจริง และการดำเนินธุรกิจลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ทางศูนย์หม่อนไหมฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสดของภาคเอกชน เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ พบว่าได้มีการเชิญชวนเกษตรกรให้ร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสดกับบริษัทรายหนึ่งที่ใช้ชื่อเหมือนแม่น้ำ ในราคาไร่ละประมาณ 25,000 – 32,000 บาท และสัญญาว่าจะรับซื้อกิ่งพันธุ์คืนในราคากิ่งละ 16 บาท และหม่อนผลสดในราคากิโลกรัมละ 50 บาท โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ต่อไร่ต่อปี และหากเชิญชวนเกษตรกรรายอื่นให้เข้าร่วมโครงการได้จะได้รับเงินค่าแนะนำ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ตรวจสอบที่ตั้งบริษัท ตามที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน ก็ไม่พบว่ามีบริษัทนี้อยู่จริง

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ศูนย์หม่อนไหมฯ ได้รับการเปิดเผยจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า บริษัทดังกล่าว ที่ทำการชักชวนประชาชนมาปลูกหม่อนไหมนั้น ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือมธุรกิจการตลาดแบบขายตรงจากนายทะเบียนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าว มีพฤติกรรมดำเนินธุรกิจในลักษณะมุ่งเน้นการชักชวนบุคคลให้เข้าร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสด โดยสัญญาว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนนั้น เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายในลักษณะระดมเงินจากประชาชน โดยรู้อยู่แล้วว่า จะนำเงินจากผู้ลงทุนรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ลงทุน หรือโดยที่รู้อยู่แล้วว่า ไม่สามารถประกอบกิจการการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพียงพอ ที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 4 และ 5 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ศูนย์หม่อนไหมฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าอย่าได้หลงเชื่อในคำโฆษณาเชิญชวนแต่อย่างใด หากมีข้อสงสัยประการใด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 0-4542-6005 ในวันและเวลาราชการ หรือตามหน่วยให้บริการศูนย์หม่อนไหมฯ.

Cr. thairath