สื่อสหรัฐฯ ชี้ “อิหร่าน” คือชาติแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สร้างความเสียหายหนักสุดให้กองทัพสหรัฐฯ
.
สำนักข่าว The New York Times (NYT) เผยแพร่บทวิเคราะห์ที่สั่นสะเทือนวงการความมั่นคง โดยระบุว่านับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา “ยังไม่มีประเทศใดที่สามารถโจมตีหรือทำลายขีดความสามารถทางทหารของสหรัฐฯ ได้รุนแรงและมีประสิทธิภาพเท่ากับอิหร่านในสงครามครั้งนี้”
แม้รัฐบาลวอชิงตันจะพยายามแสดงภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมและแหล่งข่าววงในชี้ให้เห็นว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ ไม่สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธและโดรนพลีชีพของอิหร่านได้ทั้งหมด 100%ก็ตาม
ฐานทัพ 11 แห่งพังเสียหายหนัก:
รายงานวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า ฐานทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 17 แห่ง ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียถูกโจมตี โดยมี 11 แห่ง ที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง (Severe Damage) จนเจ้าหน้าที่บางส่วนระบุว่าฐานทัพเหล่านั้น “แทบจะไม่สามารถอยู่อาศัยหรือใช้งานได้” (All but uninhabitable)
ฐานทัพสำคัญที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ Al Udeid (กาตาร์), Ali Al-Salem (คูเวต) และ Prince Sultan (ซาอุดีอาระเบีย)
การโจมตีฐานทัพ Prince Sultan (ล่าสุด 12-24 ชม.):
ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านพุ่งเป้าไปที่ฝูงบินสนับสนุน โดยเฉพาะ เครื่องบินเติมน้ำมันกลางอากาศ (Refueling Aircraft) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน
มีทหารสหรัฐฯ ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 10 นาย (สาหัส 2 นาย) และเครื่องบินได้รับความเสียหายหลายลำ
มีการประเมินว่าเพียงแค่ 2 สัปดาห์แรก ของสงคราม ทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานของกองทัพสหรัฐฯ เสียหายไปแล้วกว่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท)
NYT ระบุว่าความสำเร็จของอิหร่านไม่ได้อยู่ที่จำนวนอาวุธเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การใช้เทคโนโลยี โดรนราคาถูก ผสมผสานกับ ขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง ซึ่งสามารถเจาะทะลุระบบป้องกันที่ทันสมัยที่สุดของสหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ตาม โดนัลด์ ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานความเสียหายรุนแรง โดยอ้างว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ “ทำลายล้าง” ขีดความสามารถของอิหร่านไปเกือบหมดแล้ว และเครื่องบินที่เสียหายส่วนใหญ่ได้รับการซ่อมแซมและกลับมาใช้งานได้ทันที
มาร์โก รูบิโอ: เตือนว่าอิหร่านกำลังใช้มาตรการ “นอกตำรา” เช่น การขู่เก็บค่าผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นอันตรายต่อเศรษฐกิจโลกมากกว่าแค่การสู้รบในสนามรบ
สถานการณ์นี้สะท้อนว่า “ดุลอำนาจในตะวันออกกลาง” กำลังเปลี่ยนไป แม้สหรัฐฯ จะมีอำนาจทำลายล้างสูงกว่า แต่อิหร่านพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาสามารถ “ทำให้เจ็บ” (Asymmetric Warfare) ได้ในระดับที่มหาอำนาจเบอร์ 1 ของโลกไม่เคยเจอมาก่อนในรอบกว่า 80 ปี
#Mtoday #สงครามตะวันออกกลาง #กองทัพสหรัฐเสียหาย



