อ่าวเปอร์เซียเดือด! ข้อตกลงหยุดยิงถูกฉีก อิหร่านระดมขีปนาวุธ-โดรนถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน-คูเวต 85 จุด ตอบโต้ “ทรัมป์” สั่งบอมบ์เมืองท่า
สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางทวีความตึงเครียดจนถึงขีดสุด หลังความตกลงหยุดยิงอันเปราะบางถูกฉีกขาดเป็นชิ้นๆ ด้วยเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศที่ดังระงมทั่วคาบสมุทรอาหรับ เมื่อกองทัพอิหร่านเปิดฉากล้างแค้นแบบ “ตาต่อตา ฟันต่อฟัน” ส่งโดรนและขีปนาวุธโจมตีฐานทัพทหารอเมริกันในบาห์เรนและคูเวตอย่างไร้ปราณี
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ปะทุขึ้นหลังจากกองทัพสหรัฐฯ ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มโครงสร้างพื้นฐานทางทหารและท่าเรือพลเรือนบริเวณชายฝั่งทางตอนใต้ของอิหร่านอย่างหนัก ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และการระเบิดรุนแรงบนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) และเมืองบันดาร์อับบาส (Bandar Abbas)
ทำเนียบขาวระบุว่า การโจมตีดังกล่าวเป็น “ความจำเป็นขั้นเด็ดขาด” เพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ หลังเกิดเหตุเรือขนส่งน้ำมันเชิงพาณิชย์ถูกลอบโจมตีอย่างปริศนาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
อิหร่านสวนกลับโต้เดือด ทุบฐานทัพ-กองเรือที่ 5
ไม่กี่ชั่วโมงหลังสิ้นเสียงระเบิดในฝั่งอิหร่าน กองทัพบกและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ภายใต้การนำของ โมจตาบา คาเมเนอี ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประกาศความรับผิดชอบในปฏิบัติการเอาคืนอย่างสายฟ้าแลบ
อิหร่านอ้างว่าได้ส่งฝูงโดรนพลีชีพและขีปนาวุธโจมตีเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ รวมทั้งสิ้น 85 จุด โดยพุ่งเป้าไปที่
ในบาห์เรน ฐานทัพอากาศชีค อีซา (Sheikh Isa Base), ท่าเรือซัลมาน และกองบัญชาการกองเรือที่ 5 (US Fifth Fleet) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ
ในคูเวต ฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม (Ali Al Salem Air Base)
อิหร่านอ้างว่าสามารถสอยโดรนสอดแนมระดับท็อปอย่าง MQ-9 Reaper ของสหรัฐฯ ร่วงลงได้สำเร็จ
ขณะนี้ ทางการคูเวตและบาห์เรนได้ประกาศเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense) เต็มรูปแบบ พร้อมส่งสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินทั่วเมืองหลวงเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ขั้นสูงสุด
สำนักข่าวระดับโลกทั้ง Reuters, Al Jazeera และ The Guardian ได้ร่วมยืนยันสถานะของข้อมูลล่าสุด
.
มีการยืนยันว่า มีการระดมยิงโดรนและขีปนาวุธจากฝั่งอิหร่าน พุ่งเป้าถล่มฐานทัพทหารในบาห์เรนและคูเวตจริง และระบบป้องกันภัยทางอากาศในประเทศปลายทางมีการเปิดใช้งานจริง
.
ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงที่รุนแรงที่สุดในรอบปี ระหว่างอิหร่านและรัฐบาลสหรัฐฯ ยุคทรัมป์ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายกระบวนการสันติภาพชั่วคราวลง แต่กำลังลากเอาชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียเข้าสู่สภาวะสงครามเต็มรูปแบบ ขณะนี้กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ยังคงปิดปากเงียบและอยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย
สถานการณ์ยังคงแปรปรวนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Developing Story) หากมีความคืบหน้า Mtoday จะรายงานให้ทราบทันที
อ้างอิงข้อมูล: Reuters, Al Jazeera, CNA, The Guardian



