หน้าแรก ต่างประเทศ สภาขุนนางมาเลเซียประกาศปลด “เจ้าผู้ครองรัฐเนอกรีเซิมบีลัน”

สภาขุนนางมาเลเซียประกาศปลด “เจ้าผู้ครองรัฐเนอกรีเซิมบีลัน”

สภาขุนนางมาเลเซียประกาศปลด “เจ้าผู้ครองรัฐเนอกรีเซิมบีลัน” ด้านรัฐบาลท้องถิ่นโต้กลับ “ผิดกฎหมาย-ไม่ยอมรับ”
.
​19 เมษายน 2026) ได้มีประกาศถอดถอน “ตวนกู มูห์ริซ” เจ้าผู้ครองรัฐเนอกรีเซิมบีลันออกจากตำแหน่ง พร้อมแต่งตั้งองค์ใหม่แทนที่ ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากรัฐบาลว่าเป็นการกระทำที่ไร้อำนาจและผิดรัฐธรรมนูญ
.
รัฐเนอกรีเซิมบีลัน (Negeri Sembilan) ตั้งอยู่บริเวณ ชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรมลายู อยู่ไม่ไกลจากกรุงกัวลาลัมเปอร์มากนัก จากกัวลาลัมเปอร์ลงมาทางใต้จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ มีเมืองหลวงชื่อว่า เซอเริมบัน (Seremban) และมีเมืองท่าท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงคือ พอร์ตดิคสัน (Port Dickson)

​รายงานระบุว่า ดาโต๊ะ มูบารัก โดฮัก (Datuk Mubarak Dohak) อดีตผู้ดำรงตำแหน่ง “อันดัง” (Undang) หรือขุนนางผู้มีอำนาจคัดเลือกเจ้าผู้ครองรัฐ ได้ทำการอ่านแถลงการณ์ประกาศถอดถอน ตวนกู มูห์ริซ อิบนี อัลมาร์ฮุม ตวนกู มูนาวีร์ (Tuanku Muhriz ibni Almarhum Tuanku Munawir) ออกจากตำแหน่ง “ยังดีเปอร์ตวน เบซาร์” (Yang di-Pertuan Besar) แห่งรัฐเนอกรีเซิมบีลัน

​พร้อมกันนี้ ยังได้มีการประกาศแต่งตั้ง ตวนกู ดาโต๊ะ เซอรี นัดซารุดดิน อิบนี อัลมาร์ฮุม ตวนกู จาฟาร์ (Tuanku Dato’ Seri Nadzaruddin ibni Almarhum Tuanku Ja’afar) ขึ้นเป็นเจ้าผู้ครองรัฐองค์ใหม่แทนที่ทันที

​ทันทีที่มีกระแสข่าวดังกล่าวออกไป ดาโต๊ะ เซอรี อามินุดดิน ฮารุน (Datuk Seri Aminuddin Harun) มนตรีแห่งรัฐ (Menteri Besar) เนอกรีเซิมบีลัน ได้ออกมาแถลงการณ์ด่วนเพื่อสยบความวุ่นวาย โดยยืนยันว่า ​คำประกาศดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจาก มูบารัก โดฮัก ถูกปลดจากตำแหน่งขุนนาง (Undang Luak Sungei Ujong) ไปแล้วตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 จึงไม่มีอำนาจใดๆ ในการกระทำการดังกล่าว
​ขัดต่อรัฐธรรมนูญ: การกระทำนี้ถือเป็นการละเมิดมาตรา 10 ถึง 12 ของรัฐธรรมนูญรัฐเนอกรีเซิมบีลัน ปี 1959

ทางรัฐบาลท้องถิ่นมองว่านี่คือการแสดงความไม่จงรักภักดีและเป็นการท้าทายอำนาจการปกครองที่ชอบธรรม เตรียมส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย
.
​วิกฤตศรัทธาและการเมืองท้องถิ่น
​เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความขัดแย้งภายในระหว่างกลุ่มจารีตประเพณี (Adat) และฝ่ายปกครองในรัฐเนอกรีเซิมบีลัน ซึ่งเป็นรัฐที่มีระบบการเลือกเจ้าผู้ครองรัฐที่เป็นเอกลักษณ์ (ไม่ได้สืบสันตติวงศ์โดยตรง แต่เลือกโดยขุนนางผู้ใหญ่ 4 ท่าน)
​ขณะนี้สถานการณ์ในรัฐยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ว่าการพยายาม “ผลัดเปลี่ยนบัลลังก์” ครั้งนี้จะจบลงที่กระบวนการยุติธรรม หรือจะกลายเป็นชนวนความวุ่นวายทางการเมืองระลอกใหม่ในมาเลเซีย

ทั้งนี้ระบอบการปกครองของรัฐเนอกรีเซิมบีลันเรียกว่า “อาดัต เปอร์ตัปปิห์” (Adat Perpatih) ซึ่งเจ้าผู้ครองรัฐจะถูกคัดเลือกโดย “อันดัง” (Undang) หรือขุนนางผู้ใหญ่ 4 ท่าน ต่างจากรัฐอื่นในมาเลเซียที่จะสืบทอดทางสายเลือดเป็นหลัก
.
รัฐเนอกรีเซิมบีลัน (Negeri Sembilan) มีโครงสร้างการปกครองที่เป็นเอกลักษณ์และแตกต่างจากรัฐอื่น ๆ ในมาเลเซียอย่างมาก โดยใช้ระบบจารีตประเพณีที่เรียกว่า “อาดัต เปอร์ตัปปิห์” (Adat Perpatih) ซึ่งให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจจากระดับล่างขึ้นสู่บน และมีการคัดเลือกผู้ปกครองผ่านสภาขุนนางแทนการสืบสันตติวงศ์โดยตรง
​โครงสร้างลำดับชั้นการปกครอง (Hierarchy of Power)
.
​ระบบนี้มักถูกเปรียบเปรยว่ามีความเป็น “ประชาธิปไตยแบบโบราณ” โดยแบ่งลำดับชั้นความรับผิดชอบออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้

​1. ยังดีเปอร์ตวน เบซาร์ (Yang di-Pertuan Besar)
​สถานะ: ประมุขสูงสุดของรัฐ (เทียบเท่าสุลต่านในรัฐอื่น)
​ ยังดีเปอร์ตวน เบซาร์ ไม่ได้ขึ้นครองราชย์ตามสายเลือดโดยอัตโนมัติ แต่ต้องได้รับความเห็นชอบและคัดเลือกโดยขุนนางผู้ใหญ่ที่เรียกว่า “อุนดัง” (Undang)
​บทบาท: เป็นสัญลักษณ์แห่งความพร้อมเพรียงและเป็นประมุขทางศาสนาอิสลามในรัฐ

​2. อุนดัง (Undang)
​สถานะ: ขุนนางผู้ใหญ่หรือเจ้าผู้ครองเขตปกครองพิเศษ (Luak)
​บทบาทสำคัญ: มีหน้าที่หลักคือ “ผู้สร้างกษัตริย์” (Kingmakers) เป็นผู้ที่มีอำนาจในการคัดเลือกและแต่งตั้งยังดีเปอร์ตวน เบซาร์
​เขตการปกครอง: มี 4 เขตหลักที่มีสิทธิคัดเลือกประมุข ได้แก่ Sungei Ujong, Jelebu, Johol และ Rembau

​3. เล็มบากา (Lembaga)
​สถานะ: หัวหน้าตระกูลหรือหัวหน้าเผ่า (Clan Chiefs)
​หน้าที่: เป็นผู้เลือก “อุนดัง” เข้าสู่ตำแหน่ง และดูแลกฎหมายจารีตประเพณีภายในตระกูล รวมถึงจัดการเรื่องมรดกและการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในระดับตระกูล
.
​4. บูอัป (Buap)
​สถานะ: หัวหน้าหน่วยย่อยภายในตระกูล
​หน้าที่: เป็นผู้เลือก “เล็มบากา” และดูแลสารทุกข์สุกดิบของสมาชิกในหน่วยย่อยของตน เป็นจุดเชื่อมต่อที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด

​หลักการสำคัญของ Adat Perpatih
​การกระจายอำนาจ: มีคำกล่าวในภาษาพื้นเมืองที่ว่า “Anak Buah เลือก Buap, Buap เลือก Lembaga, Lembaga เลือก Undang และ Undang เลือก Raja” แสดงให้เห็นว่าอำนาจสูงสุดมาจากความยินยอมของระดับฐานราก

​สิทธิในที่ดิน
เน้นการสืบทอดมรดกและที่ดินผ่านสายสัมพันธ์ทางมารดา (Matrilineal system) เพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของผู้หญิงในตระกูล

​การปกครองตนเอง โดยแต่ละเขต (Luak) มีอิสระในการบริหารจัดการภายในระดับหนึ่งตามจารีตของตน

​การบริหารงานในยุคปัจจุบัน
​แม้จะมีโครงสร้างจารีตประเพณีที่เข้มแข็ง แต่ในทางนิติบัญญัติและการบริหารตามรัฐธรรมนูญของมาเลเซีย รัฐเนอกรีเซิมบีลันก็มีการบริหารเหมือนรัฐอื่น ๆ คือ:

​มนตรีแห่งรัฐ (Menteri Besar): หัวหน้าฝ่ายบริหารที่มาจากการเลือกตั้ง สังกัดพรรคการเมืองที่ครองเสียงข้างมากในสภา

​สภาที่ปรึกษา (State Executive Council): คณะรัฐมนตรีระดับรัฐที่ทำงานร่วมกับมนตรีแห่งรัฐ

​รัฐเนอกรีเซิมบีลันจึงเป็นโมเดลการปกครองที่ผสมผสานระหว่าง “ราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ” กับ “จารีตประเพณีแบบเลือกตั้ง” ที่หาได้ยากในโลกปัจจุบัน
.
​โครงสร้างนี้มีความซับซ้อนในเชิงพิธีกรรมค่อนข้างมาก

Mtoday รายงาน