หน้าแรก ต่างประเทศ แคว้นชาร์จาห์ 1 ใน 7 แคว้นของ UAE อาจแยกตัวไปตั้งประเทศใหม่ จุดยืนสายอนุรักษ์ไม่เห็นด้วยกับอาบูดาบี

แคว้นชาร์จาห์ 1 ใน 7 แคว้นของ UAE อาจแยกตัวไปตั้งประเทศใหม่ จุดยืนสายอนุรักษ์ไม่เห็นด้วยกับอาบูดาบี

แคว้นชาร์จาห์ 1 ใน 7 แคว้นของ UAE อาจแยกตัวไปตั้งประเทศใหม่ จุดยืนสายอนุรักษ์ไม่เห็นด้วยกับอาบูดาบี

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) อาจต้องสูญเสียแคว้น ชาร์จาห์ (Sharjah) 1 ใน 7 แคว้น จากปัญหาความไม่พอใจในจุดยืนของอาบูดาบี ที่ใกล้ชิดกับอิวราเอลและสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เป็นสหพันธรัฐที่ประกอบด้วย 7 เอมิเรต ได้แก่ อาบูดาบี ดูไบ ชาร์จาห์ อัจมาน อุมม์อัลกุไวน์ ราสอัลไคมาห์ และฟูไจราห์

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” (United Arab Emirates) ก่อตั้งเมื่อปี 1971 หลังจากอังกฤษถอนตัวออกจากภูมิภาคบรรดาเชคแห่งรัฐชายฝั่งเหล่านี้ ได้ตัดสินใจรวมตัวกันและก่อตั้งสหพันธรัฐ

โดยแคว้นชาร์จาห์ มี เชค ดร. ซุลต่าน บิน มูฮัมหมัด อัล-กอเซมี (Sheikh Dr. Sultan bin Muhammad Al Qasimi) เป็นผู้ปกครอง ซึ่งครองราชย์มาตั้งแต่ปี 1972 เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสหพันธรัฐ และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันด้านการศึกษาและวัฒนธรรม

แม้ภาพลักษณ์ภายนอกของ UAE จะดูปึกแผ่น แต่ลึกลงไป “รัฐชาร์จาห์” กำลังถูกจับตามองถึงจุดยืนที่สวนทางกับรัฐพี่ใหญ่อย่างอาบูดาบี โดยเฉพาะชนวนเหตุจากการลงนาม Abraham Accords ที่สถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอลในปี 2020

แม้ข่าวการแยกตัวยังไม่ชัดเจนยังเป็นแค่ข่าวลือ แต่ที่ผ่านมา ชาร์จาห์ มีความเห็นไม่ตรงกับอาบูดาบี โดยเฉพาะในความสัมพันธ์กับอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา

ชาร์จาห์เป็นรัฐที่มีความอนุรักษ์นิยมสูงที่สุดใน UAE และมีความใกล้ชิดกับกลุ่มเคลื่อนไหวทางศาสนาในอดีต การลงนามใน Abraham Accords (การสถาปนาความสัมพันธ์กับอิสราเอล) ในปี 2020 โดยอาบูดาบีและดูไบ สร้างความลำบากใจให้กับฝ่ายอนุรักษ์นิยมในรัฐอื่นๆ จริง รวมทั้งชาร์จาห์

ภายใต้การปกครองของ เชค ดร. ซุลต่าน บิน มูฮัมหมัด อัล-กอเซมี ชาร์จาห์ยึดมั่นในคุณค่าทางศาสนาและวัฒนธรรมอาหรับอย่างเคร่งครัด การกระชับมิตรกับอิสราเอลและอิทธิพลของตะวันตกที่หลั่งไหลเข้ามาผ่านอาบูดาบีและดูไบ จึงกลายเป็นสิ่งที่สร้างความอึดอัดใจให้แก่ชนชั้นนำในชาร์จาห์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ อาบูดาบีมีความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับซาอุดิอารเบีย แต่ชาร์จาห์มีความสัมพันธ์ที่ดีกับซาอุฯ และบ่อยครั้งที่นโยบายของซาอุฯ เริ่มเดินคนละเส้นทางกับ UAE (โดยเฉพาะกรณความขัดแย้งในเยเมนและการแข่งขันทางเศรษฐกิจ) ทำให้เกิดการวิเคราะห์ว่ารัฐที่มีแนวคิดคล้ายซาอุฯ อย่างชาร์จาห์อาจรู้สึกอึดอัด

ล่าสุด UAE โดยฮาบูดาบี ได้ลาออกจากโอเปค และอาจจะลาออกจากกลุ่มประเทศกลุ่ม แต่มีความสัมพันธ์แบบแน่นกับอิสราเอลยอมให้มอสสาดเข้ามาตั้งฐานผลินโดรน และโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ถูกโจมตีกลับเสียกายอย่างมาก

ความเป็นไปได้ในการแยกตัว (Legal & Practical perspective)

ในทางปฏิบัติ การแยกตัวแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุผล

ด้านความมั่นคงและการป้องกันประเทศ กองทัพของ UAE ถูกรวมศูนย์อยู่ที่อาบูดาบี รัฐเดี่ยวๆ ไม่มีแสนยานุภาพเพียงพอในการปกป้องตนเอง

ด้านโครงสร้างเศรษฐกิจ

แม้ชาร์จาห์จะมีก๊าซธรรมชาติและอุตสาหกรรม แต่ระบบธนาคาร เงินตรา และโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงกับสหพันธรัฐอย่างแนบแน่น

ธรรมนูญการปกครอง

รัฐธรรมนูญของ UAE ไม่ได้ระบุขั้นตอนการขอแยกตัวไว้ และอาบูดาบี (ซึ่งเป็นรัฐที่มั่งคั่งที่สุด) จะไม่มีทางยอมให้เกิดการแตกสลายของสหภาพ เพราะจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก

ข้อเท็จจริงหรือแค่ข่าวลือ?

สถานะปัจจุบัน: เป็นเพียง “ข่าวลือเชิงวิเคราะห์” ที่มักถูกแพร่กระจายโดยกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายต่างประเทศของอาบูดาบี (โดยเฉพาะสื่อที่สนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิม หรือกลุ่มที่ต่อต้านอิสราเอล) แม้ชาร์จาห์จะมี “จุดยืนส่วนตัว” ที่อนุรักษ์นิยมและเป็นมิตรกับปาเลสไตน์มากกว่ารัฐอื่น แต่การประกาศแยกตัวเป็นเอกราชนั้นเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบมหาศาลเกินกว่าที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในอนาคตอันใกล้

อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างในด้านจุดยืน ระหว่างชาร์จาห์กับดูไบและอาบูดาบี เป็นรอยร้าวที่ลึกขึ้นที่อาจจะแตกหักได้ในอนาคต

#Mtoday #UAEแตก #แคว้นชาร์จาห์