หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ 23 ปีไอแบงก์ มีความเชื่อมั่น และเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าสร้างคุณค่าเป็นสถาบันการเงินฮาลาลที่มั่นคง

23 ปีไอแบงก์ มีความเชื่อมั่น และเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าสร้างคุณค่าเป็นสถาบันการเงินฮาลาลที่มั่นคง

23 ปีไอแบงก์ มีความเชื่อมั่น และเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้าสร้างคุณค่าเป็นสถาบันการเงินฮาลาลที่มั่นคง พร้อมออกแคมเปญขอบคุณลูกค้า ด้วยเงินฝากประจำ “ibank 23 Go Max” และสินเชื่อสานฝันสู่การทำอุมเราะห์

ณ ห้องแกรนด์ มีรอซ บอลรูม โรงแรมอัล มีรอซ กรุงเทพฯ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) จัดงานครบรอบเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาธนาคาร ครบรอบ 23 ปี ในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 โดยมี นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการธนาคาร ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการธนาคาร คณะที่ปรึกษาธนาคาร คณะผู้บริหาร แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพียง ซึ่งได้จัดพิธีอำนวยพรทางศาสนา โดย ผศ.ดร.มะรอนิง สาแลมิง ประธานที่ปรึกษา เป็นผู้นำกล่าวบทขอพร

ดร.ทวีลาภ ฤทธาภิรมย์ กรรมการและผู้จัดการ กล่าวว่า “ในปีนี้ ไอแบงก์ครบรอบ 23 ปีแห่งการก่อตั้ง โดยตลอดระยะเวลา 23 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมีเจตนารมณ์ในการเป็นสถาบันการเงินที่ดำเนินการตามหลักชะรีอะฮ์ที่มุ่งมั่นสร้างโอกาสทางการเงินให้สามารถเข้าถึงทุกภาคส่วน และได้ขับเคลื่อนการพัฒนาสังคมควบคู่กับการดำเนินธุรกิจอย่างมีคุณธรรม และในปีนี้ ไอแบงก์ ตอกย้ำแนวคิด “เชื่อถือ เชื่อมั่น ยั่งยืน” ในการที่จะมุ่งก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่อมั่นในหลักการที่ถูกต้องตามหลักชะรีอะฮ์ ควบคู่กับการใช้นวัตกรรมและดิจิทัล เพื่อยกระดับการเงินที่โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นสถาบันการเงินฮาลาลที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและเคียงข้างการเติบโตของลูกค้าอย่างยั่งยืน พร้อมที่จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไทยในอนาคต

ในปีที่ผ่านมาแม้สภาพเศรษฐกิจจะเปราะบาง แต่ไอแบงก์สามารถทำไรอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยในปี 2568 มีกำไรจากการดำเนินงาน 841 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 491 ล้านบาท มีสินเชื่อเพิ่มขึ้นสุทธิ 6,259 ล้านบาท โดยกลุ่มที่เติบโตโดดเด่น คือ กลุ่มสินเชื่อ SMEs โดยเฉพาะผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานฮาลาล (Halal Supply Chain) และกิจการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ส่วนด้านการขยายฐานลูกค้าและเงินฝากมีการขยายตัวที่เพิ่มขึ้น โดยธนาคารมีลูกค้ารวมกว่า 1.22 ล้านราย มีลูกค้าใหม่เพิ่มกว่า 8 หมื่นราย เงินฝากอัลฮัจย์และอุมเราะห์มียอดเงินฝากรวมกว่า 3,400 ล้านบาท ขณะที่ฐานผู้ใช้ ibank Application โมบายแบงก์กิ้งไอแบงก์ เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2.3 แสนราย และมีธุรกรรมผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการยอมรับในบริการที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และสอดคล้องตามหลักชะรีอะฮ์

รวมไปถึงผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ฟิทช์ เรทติ้งส์ (Fitch Ratings) ที่อยู่ในระดับ AA(tha) ซึ่งหมายถึงธนาคารมีความมั่นคงสูงมาก อีกทั้งธนาคารได้รับการจัดอันดับเป็นลำดับที่ 69 จาก 100 ธนาคารอิสลามที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประจำปี 2025 โดย The Asian Banker ซึ่งสะท้อนศักยภาพของธนาคารไทยในเวทีการเงินอิสลามโลกอีกด้วย

สำหรับทิศทางในอนาคต ไอแบงก์มุ่งหวังที่จะยกระดับสู่ Value-Based Intermediation (VBI) เน้นการเติบโตที่มีคุณภาพ อย่างมีวินัย และสร้างคุณค่าต่อสังคม พร้อมยกระดับความรู้และความโปร่งใสเพื่อให้เป็นเลิศด้านการเงินอิสลามอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่ รวมถึงการเป็นที่ปรึกษาธุรกิจฮาลาลแบบครบวงจร และเน้นควบคุมคุณภาพสินเชื่อให้เติบโตอย่างระมัดระวังและมั่นคง

นอกจากนี้ ไอแบงก์จะมีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลที่จะเป็นระบบนิเวศฮาลาลดิจิทัล (Digital Halal Ecosystem) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฮาลาลของไทยอย่างครบวงจร และธนาคารจะให้ความสำคัญกับการขยายฐานลูกค้าในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ผ่านโมเดล “Southern Sandbox” ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่สะท้อนความผูกพันระยะยาวระหว่างธนาคารกับชุมชนในพื้นที่

อีกทั้งได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตรต่างประเทศ เช่น Al Rajhi Bank เพื่อรองรับธุรกรรมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศด้วยบริการโอนเงินต่างประเทศสกุลริยัลซาอุดีอาระเบีย (SAR) ไปยังซาอุดีอาระเบียได้โดยตรง พร้อมกันนี้ธนาคารมีแผนที่จะออกตราสารศุกูก (Sukuk) ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินตามหลักศาสนาอิสลามที่เทียบเท่ากับหุ้นกู้ในระบบการเงินทั่วไป เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยคาดว่าจะมีมูลค่า 5,000 ล้านบาท”

ในโอกาสสำคัญนี้ ไอแบงก์ได้ออกแคมเปญพิเศษด้านเงินฝากเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจให้ไอแบงก์ ด้วยเงินฝากประจำ “ibank 23 Go Max” ซึ่งเป็นเงินฝากประจำที่มีระยะเวลาการฝาก 230 วัน ที่สามารถฝากได้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เปิดบัญชีขั้นต่ำ 1,000 บาท รับผลตอบแทนแบบขั้นบันได โดยช่วงระยะเวลาการฝาก 23 วันแรก ผู้ฝากจะได้รับผลตอบแทน 2.30% ต่อปี และในช่วงวันที่ 24 – 226 วันต่อมา รับผลตอบแทน 0.556% ต่อปี และวันที่ 227 – 230 วันสุดท้าย รับผลตอบแทน 23.00% ต่อปี ซึ่งเมื่อรวมผลตอบแทนทุกช่วงเวลา เฉลี่ยอยู่ที่ 1.023% ต่อปี ทั้งนี้ลูกค้าต้องฝากครบตามกำหนด 230 วัน ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด

ส่วนลูกค้าใหม่ที่เปิดบัญชีขั้นต่ำ 230,000 บาท และฝากครบกำหนด 230 วัน นอกจากจะได้รับอัตราผลตอบแทนตามที่กำหนดแล้ว จะยังได้รับสิทธิ์ Cashback มูลค่า 230 บาท สำหรับ 100 ท่านแรก อีกด้วย

พร้อมกันนี้ ไอแบงก์ยังได้ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อการเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ เพื่อเป็นการสานฝันสำหรับพี่น้องมุสลิมที่สนใจเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ณ ราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย แต่ยังขาดความพร้อมในเรื่องค่าใช้จ่าย โดยไอแบงก์พร้อมสนับสนุนทางการเงินให้พี่น้องมุสลิมได้ไปทำอุมเราะห์ตามความตั้งใจได้เร็วขึ้น ซึ่งธนาคารให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 200,000 บาท สามารถขอสินเชื่อเพื่อเดินทางไปประกอบพิธีอุมเราะห์ ทั้งสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัว ได้ คิดอัตรากำไรเริ่มต้นที่ 7.23% ต่อปี ผ่อนได้นานสูงสุด 4 ปี พิเศษ เนื่องในโอกาสครบรอบ 23 ปี ลูกค้าที่ได้รับอนุมัติและเบิกใช้สินเชื่อภายใน 31 ธันวาคม 2569 จำนวน 230 รายแรก รับสิทธิ์ส่วนลดอัตรากำไรจากอัตราที่ประกาศลงอีก 0.23% ต่อปี ตลอดอายุสัญญา ทั้งนี้ เงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด โดยสามารถยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน – 31 ธันวาคม 2569

ผู้สนใจผลิตภัณฑ์และบริการของธนาคาร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ไอแบงก์ทุกสาขา หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่าน ibank Contact Center โทร. 1302 รวมถึงช่องทาง Messenger: Islamic Bank of Thailand – ibank (@ibank.th) และ Line: iBank 4 all (@ibank)

#Ibank #ํธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย