ไม่น่าเชื่อ! “หนองเสือ” ปลูกทุเรียนได้ ลุงอ้นชาวสุราษฎร์ฯ ปักธง 95 ไร่ บุกเบิกสร้างสวนทุเรียนกลางปทุมธานี
หากเอ่ยถึง “หนองเสือ” จังหวัดป
ทุมธานี หลายคนคงนึกถึงอดีตแหล่งปลูกส้มที่เคยรุ่งเรือง ก่อนที่สวนส้มจำนวนมากจะทยอยล้มสลายไปตามกาลเวลา โดยยังไม่พิสูจน์ชัดว่า ผลส้มร่วงเพราะอะไร จากนั้นพื้นที่จำนวนไม่น้อยถูกปรับเปลี่ยนไปปลูกกล้วยหอม ปลูกปาล์มน้ำมัน หรือพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นแทน
แต่ใครจะคิดว่า วันนี้ “ทุเรียน” ราชาแห่งผลไม้ กำลังเติบโตและให้ผลผลิตอยู่บนผืนดินหนองเสือได้อย่างน่าทึ่ง
ผู้บุกเบิกคนสำคัญคือ “ลุงอ้น” หรือ นายเฉลิมวุฒิ อ้นจรูญ ชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่เดินทางมาเยี่ยมเพื่อนในพื้นที่หนองเสือเมื่อหลายปีก่อน ก่อนจะเกิดความคิดว่า ในเมื่อพื้นที่แห่งนี้เคยสร้างชื่อจากการทำเกษตรเชิงพาณิชย์มาแล้ว ก็น่าจะมีศักยภาพในการปลูกพืชชนิดใหม่ได้เช่นกัน
จากความสงสัย กลายเป็นการลงมือพิสูจน์ด้วยความคิดกับการแสวงหาสิ่งใหม่ๆที่ท้าทาย
#ลุงอ้น เริ่มต้นหาซื้อที่ดินจำนวน 40 ไร่ เพื่อลองปลูกทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ เมื่อเห็นว่าต้นทุเรียนสามารถเจริญเติบโตได้ดี จึงตัดสินใจขยายพื้นที่เพิ่มเติม จนปัจจุบันมีสวนทุเรียนรวมกว่า 95 ไร่
“ปลูกมา 6 ปี ปีที่แล้วเริ่มติดลูก แต่ยังไม่ได้ขาย แจกให้พรรคพวกเพื่อนฝูงช่วยกันชิมก่อน ปีนี้ออกลูกเยอะ รสชาติดี ขายไปแล้วกว่า 30 ตัน เหลือไม่มากแล้ว” ลุงอ้นเล่าด้วยรอยยิ้มแห่งความปลื้มปริ่ม
สวนทุเรียนลุงอ้นเข้าไปทางคลอง 10 ประมาณ 10 กิโล ข้ามคลองไปอีกฝั่งลัดเลาะไปตามริมคลองนิดเดียวก็จะเจอสวนลุงอ้น อยู่ซ้ายมือ มีรถลูกค้าจอดอยู่เรียงราย ถ้าไปจากกรุงเทพน่าจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที
แม้ผลผลิตจะออกมาน่าพอใจ แต่เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ลุงอ้นอธิบายว่า การปลูกทุเรียนในพื้นที่หนองเสือมีความท้าทายมากกว่าพื้นที่ปลูกทุเรียนดั้งเดิมอย่างจันทบุรี ระยอง หรือภาคใต้ เนื่องจากสภาพดินแตกต่างกัน โดยชั้นดินที่เหมาะสำหรับการปลูกทุเรียนมีความลึกเพียงประมาณ 1 เมตรเท่านั้น ลึกลงไปจะเป็นดินดาน ทำให้การจัดการน้ำและการดูแลรากต้องอาศัยความเอาใจใส่เป็นพิเศษ
“ทั้งหมดอยู่ที่การดูแลและความใส่ใจ ถ้าดูแลถูกวิธี ทุเรียนก็โตได้” คือบทสรุปง่าย ๆ จากประสบการณ์ตรงของเจ้าของสวน
ปัจจุบันผลผลิตจากสวนส่วนใหญ่จำหน่ายภายในสวน โดยอาศัยลูกค้าประจำและการบอกต่อแบบปากต่อปาก ขณะที่อีกช่องทางสำคัญที่ช่วยให้สวนเป็นที่รู้จักมากขึ้น คือการใช้สื่อออนไลน์เข้ามาประชาสัมพันธ์
เรื่องราวของลุงอ้นจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการปลูกทุเรียนเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า การเกษตรยุคใหม่ต้องอาศัยทั้งความรู้ ความกล้าลอง และการสื่อสารการตลาดควบคู่กันไป
จากพื้นที่ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นอาณาจักรสวนส้ม วันนี้ “หนองเสือ” กำลังมีอีกหนึ่งเรื่องราวให้พูดถึง นั่นคือ “ทุเรียนปทุมธานี” ที่กำลังพิสูจน์ตัวเองว่า สามารถเติบโตและสร้างรายได้บนผืนดินแห่งนี้ได้อย่างไม่แพ้แหล่งปลูกชื่อดังของประเทศ
หนองเสือ เดิมเป็นแหล่งผลิต“ ส้มเขียวหวานดำเนิน” เป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ลงทุนครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตออกขายได้นานถึง 20 ปี ส้มเขียวหวานปลูกง่ายใช้เวลาแค่ 3 ปีก็เก็บผลผลิตออกขายได้แล้ว ส้มเขียวหวานติดผลดก มีผลผลิตตลอดทั้งปี และ ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง เกษตรกรจึงหันมาปลูกส้มเขียวหวานอย่างเป็นล่ำเป็นสันทั่วประเทศ
ในอดีต “ ทุ่งรังสิต ” นับเป็นแผ่นดินทองที่มีการปลูกส้มเขียวหวานมากที่สุดในประเทศไทย ไม่ต่ำกว่า 150,000 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 80 ของผลผลิตทั้งประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก เกษตรกรสวนส้มในพื้นที่ตำบลบางมด เขตราษฎร์บูรณะและเขตตลิ่งชัน ซึ่งเป็นแหล่งผลิตส้มบางมด (ส้มเปลือกล่อน รสหวานจัดอมเปรี้ยวเล็กน้อย ) ประสบปัญหาน้ำเสีย จึงได้อพยพมาทำการเพาะปลูกในอำเภอหนองเสือ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรี และอำเภอคลองหลวง ซึ่งที่ดินมีราคาถูกและสภาพน้ำยังดีอยู่
เนื่องจากส้มเป็นพืชที่ต้องการน้ำในปริมาณมาก เกษตรกรทุ่งรังสิตส่วนใหญ่จึงนิยมทำสวนส้มแบบร่องน้ำเพื่อให้มีปริมาณน้ำมากพอสำหรับหล่อเลี้ยงผลส้มตลอดทั้งปี ส้มเปลือกล่อนที่ปลูกแพร่หลายในทุ่งรังสิต แบ่งได้เป็น 4 ชนิดได้แก่ 1. ส้มผิวบางมด ที่มีลักษณะเด่นเหมือนส้มบางมดคือ ผิวเป็นกระ มีตำหนิดำ-น้ำตาลแดงเข้ม รสหวานจัด อมเปรี้ยวเล็กน้อย ซังอ่อนนุ่ม กากน้อย
“ ส้ม ” พืชความหวังใหม่ของเกษตรกรในอำเภอหนองเสือ
2. ส้มรังสิต สีเหลืองอมเขียว ที่มี รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เปลือกบาง ซังอ่อนนุ่ม มีกากเล็กน้อย 3. ส้มเขียว ผิวสีเขียวอ่อน รสเปรี้ยวอมหวาน ซังอ่อนนุ่มมีกากเล็กน้อย เมื่อสุกจัดจะ เป็นสีเหลืองอมเขียว รสหวานจัดขึ้น 4. ส้มผิวเหลืองอมเขียว เปลือกล่อน ซังอ่อนนุ่ม และกากน้อย รสหวานจัดอมเปรี้ยวเล็กน้อย
ต่อมาปี 2538 สวนส้มในทุ่งรังสิตประสบปัญหาเรื่องการระบาดของโรคและแมลง ประกอบกับสภาพแวดล้อมทั้งดิน น้ำ อากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ปัญหาดินเป็นกรด การแพร่ระบาดของโรคกรีนนิ่ง ทำให้ผลส้มร่วง ต้นส้มล้มตายเป็นจำนวนมาก จนต้องเลิกปลูกส้มและหันไปปลูกพืชผัก ไม้ผลและสวนปาล์มน้ำมันแทน แต่หลายรายเลือกที่จะย้ายถิ่นไปลงทุนทำสวนส้มในแหล่งใหม่เช่น จังหวัดเชียงราย แพร่ กำแพงเพชร ตาก พิจิตร
แม้ช่วงหลังชาวสวนส้ม จะยังพยายามคืนชีพ #ส้มหนองเสือ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัด
#นายหัวไทร
#ทุเรียนหนองเสือ
#ทุเรียนคลองสิบ
#ทุเรียนลุงอ้น


