หน้าแรก อิสลาม ดร.วินัย ดะห์ลัน พูดถึงงาน เมาลิดกลางสุราษฎร์ธานี ระบุ อิสลามสอนให้กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด

ดร.วินัย ดะห์ลัน พูดถึงงาน เมาลิดกลางสุราษฎร์ธานี ระบุ อิสลามสอนให้กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด

ดร.วินัย ดะห์ลัน พูดถึงงาน เมาลิดกลางสุราษฎร์ธานี ระบุ อิสลามสอนให้กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานี ร่วมกัน จัดงานเมาลิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 19&21 มิถุนายน 2569 ณ สนามหน้าโรงเรียนวัดโพธาราม ต.พุมเรียง อ.ไชยา จ..สุราษฎร์ธานี จัดขึ้นเพื่อสืบสานประเพณีอันดีงามของพี่น้องชาวไทยมุสลิม และส่งเสริมการเรียนรู้หลักคำสอน คุณธรรม และแบบอย่างอันประเสริฐของท่านศาสดามุฮัมมัด (ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)

โดยในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) ร่วมกับมูลนิธิมุฮัมมะดียะฮฺ นำโดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ที่ปรึกษาผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาฯ/ประธานมูลนิธิมุฮัมมะดียะฮฺ พร้อมด้วย อาจารย์มนัส สืบสันตกิุล ประธานกรรมการมูลนิธิพัฒนาวิทยาศาสตร์ฮาลาล นายสาริน เชาวสุธีรนนท์ และ นายฮาซัม เจะบากอ เจ้าหน้าที่บริการวิทยาศาสตร์ เข้าร่วมพิธีเปิดและกล่าวพบปะพี่น้องประชาชนในงาน เมาลิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี

โดย รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี พร้อมกล่าวในช่วง “Heart Speech” แสดงความชื่นชมคณะผู้จัดงาน ภาคีเครือข่าย ผู้นำศาสนา และพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่ร่วมกันจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของชุมชนมุสลิมและการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ในสังคมพหุวัฒนธรรม

พร้อมกันนี้ ท่านยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการน้อมนำหลักคุณธรรม ความเมตตา ความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมทั้งชี้ให้เห็นบทบาทของ การศึกษา วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม ที่สามารถดำเนินควบคู่กับหลักศาสนา เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนมุสลิมในยุคปัจจุบัน

ภายในงานมีกิจกรรมทางศาสนา วิชาการ และวัฒนธรรมที่หลากหลาย อาทิ พิธีอัญเชิญพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน การอ่านบทประพันธ์รำลึกถึงท่านศาสดามุฮัมมัด การบรรยายธรรม การเสวนาทางวิชาการ การจัดนิทรรศการ การแข่งขันทักษะนักเรียนภาคฟัรดูอีน การแสดงศิลปวัฒนธรรม การออกร้านอาหารฮาลาล ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเยาวชนและครอบครัว ซึ่งล้วนมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ควบคู่กับการสร้างความสัมพันธ์อันดีในชุมชน

งานเมาลิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีในครั้งนี้ สะท้อนถึงพลังแห่งความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการส่งเสริมความเข้าใจ ความเคารพในความหลากหลาย และความสมานฉันท์ระหว่างผู้คนต่างศาสนาและต่างวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทยที่สงบสุขและยั่งยืน
บ้านเมืองที่แปรเปลี่ยนและเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก

ในเฟซบุ๊ค Dr.Winai Dahlan ระบุเพิ่มเติมว่า วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569 ผมได้รับเชิญจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่นำโดย ดร.ธงชัย ปิติเศรษฐ์ ให้เป็นประธานในพิธีเปิดงานเมาลิดกลางจังหวัดสุราษฎร์ธานีคืนวันที่สอง ต้องนับว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งเนื่องจากเป็นงานใหญ่ที่กลายเป็นหน้าเป็นตาของสังคมมุสลิมในจังหวัด โดยจัดกันสามวันสามคืน วันแรกเปิดงานโดยท่านจุฬาราชมนตรี อาจารย์อรุณ บุญชม คืนวันที่สามเปิดงานโดยรองนายกรัฐมนตรี คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ จึงบอกไงว่ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่งที่ได้รับเชิญมาเป็นประธานในงานสำคัญระดับนั้น

ผมได้รับมอบหมายให้บรรยายในพิธีเปิด เรียกว่า Heart Speech พูดจากใจ ใช้เวลาเท่าไหร่ก็ได้ จึงใช้โอกาสพูดไปหลายเรื่อง เรื่องแรกคือระบบการศึกษา เพราะเคยเป็นเลขานุการ คณะกรรมาธิการการศึกษาของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ทั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการการปฏิรูปประเทศอีก 5 ปี ทำงานในสภาต่อเนื่องมา 8 ปีจาก สปช. สปท.และกรรมการปฏิรูป มีโอกาสเสนอหลายนโยบายที่แปรเปลี่ยนไปเป็นการปฏิบัติและการปฏิรูปไปแล้ว ปัญหาสำคัญที่ขอนำเสนอคือการลดลงของประชากรไทยที่เร็วอันดับต้นในเอเชียและในโลก อีกไม่กี่สิบปีนับจากนี้ ประเทศไทยจะมีประชากรลดลง จาก 70 ล้านคนอาจเหลือ 45 ล้านคน การใช้นโยบายเพิ่มประชากรยังไม่มีประเทศไหนทำได้สำเร็จ จึงต้องปรับวิธีคิดในกระบวนการแก้ปัญหา

สิ่งที่น่าสนใจและจำเป็นต้องแก้ไขคือระบบการศึกษา ขณะที่ประชากรส่วนใหญ่ลดลง ประชากรมุสลิมในประเทศกลับเพิ่มขึ้น หญิงไทยมีอัตราการเจริญพันธุ์เฉลี่ย 1.0 หมายถึงหญิงวัยเจริญพันธุ์จะมีบุตร 1 คน ขณะที่หญิงมุสลิมในประเทศจะมีบุตรเฉลี่ย 2 คน เป็นผลให้ประชากรมุสลิมในประเทศขยายตัวมากกว่าประชากรกลุ่มอื่นประมาณ 12.6% ต่อปีซึ่งนับว่าสูง ในอนาคตประชากรมุสลิมไทยจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างมากในอนาคตอันไม่ไกล ดังนั้น ในวันนี้รัฐบาลต้องใส่ใจกับการพัฒนาประชากรมุสลิม เรื่องการพัฒนาหลักสูตรอิสลามศึกษาที่สอดคล้องกับการพัฒนาสังคมไทยที่เป็นพหุวัฒนธรรมเรื่องของรายวิชา STEM เน้นวิทยาศาสตร์ฮาลาลหรือวิทย์เทคโนที่สอดคล้องกับหลักศรัทธาในอิสลามสมควรให้นักเรียนมุสลิมได้เรียนรู้ เพื่อสร้างคุณภาพให้กับเยาวชนมุสลิมเหล่านั้นให้เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่า อย่าระแวงว่าพวกเขาจะไม่รักแผ่นดินไทยซึ่งเป็นแผ่นดินเกิดของเขา

ตามแนวทางของมุฮัมมะดียะฮฺในอินโดนีเซียซึ่งดำเนินตามแนวทางของศาสดาในอิสลาม สอนกันว่าเกิดแผ่นดินไหนให้รักและกตัญญูต่อแผ่นดินนั้น มุสลิมไทยมีคุณสมบัติอย่างที่ว่า ในคำสอนของอิสลาม ท่านศาสดากล่าวว่า “หากไม่กตัญญูต่อบุคคลที่มีบุญคุณก็อย่าได้ขอบคุณอัลลอฮฺ” อิสลามจึงสอนให้กตัญญูต่อแผ่นดินโดยเฉพาะอย่างยิ่งแผ่นดินที่ให้มุสลิมมีอิสระในการนับถือศรัทธาในอิสลาม เช่น แผ่นดินไทยของเรา จึงขอรัฐบาลเร่งพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมให้เป็นทรัพยากรที่ทรงคุณค่าต่อแผ่นดินนี้

ในสภา สปท. ผมมีโอกาสสัมผัสบรรยากาศของการยุบและควบรวมโรงเรียนเนื่องมาจากการหดตัวของประชากรในพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือ กระทั่งทำให้ราชการมีนโยบายที่จะควบรวมโรงเรียนทั่วประเทศ รวมไปถึงการยุบสารพัดโครงการและหลักสูตร ผมแย้งไปว่าควรพิจารณาในแต่ละพื้นที่ อยากให้ลงไปดูโรงเรียนในพื้นที่สามจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง หลายโรงเรียนต้องขยายไม่ใช่ควบรวมเพราะโรงเรียนและชั้นเรียนในพื้นที่นั้นมีจำนวนน้อยเกินไป กรรมาธิการบางท่านไปดูแล้วก็ยอมรับว่าจริงตามนั้น

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ทางกรรมาธิการการศึกษาเสนอไว้ จาระนัยกันไม่หมด ขอข้ามไปในเรื่องพัฒนาการในบ้านเราก็แล้วกัน เมื่อผมได้รับเชิญไปเป็นประธานเปิดงานค่ำวันที่สอง กรรมการจัดงานส่งตั๋วเครื่องบินให้ผมบินไปสุราษฎร์ธานี ผมคืนตั๋วและแจ้งว่าผมจะขับรถไปกันเอง 8-9 ชั่วโมงจากกรุงเทพฯไปพุมเรียง อำเภอไชยา ระยะทาง 605 กม. อ.มนัส สืบสันติกุล ร่วมเดินทางไปกับผม เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์จากศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสองคนคือคุณชารีฟและคุณฮาซัม สลับกันขับรถไปให้ เหตุที่ใช้วิธีขับรถแทนที่จะบินไป เพราะมีโอกาสเห็นการพัฒนาบ้านเมืองได้มากกว่า สมัยหนุ่ม ผมรักการขับรถไปทั่วประเทศ ถึงวันนี้เข้าวัยเกษียณก็ยังรักการขับรถอยู่

บ้านเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปเร็วมากตลอดระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา ใครจะมองประเทศไทยในแง่ลบอย่างไร สำหรับผมที่เห็นโลกมามาก เจอะเจอผู้คนมาแยะ ทั้งคนไทย ทั้งคนต่างชาติ ผมยืนยันได้ว่าบ้านเมืองของเราพัฒนาก้าวหน้าไปมากกว่าหลายประเทศ เทียบกับทุกประเทศที่มีพรมแดนติดกับเรา ประเทศไทยพัฒนาระบบการคมนาคมไปได้มากกว่าเขา ยืนยันได้อย่างนั้น

เส้นทางจากกรุงเทพฯไปสุราษฎร์พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดดตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผมแวะเข้าไปละหมาดที่มัสยิดทับสะแกของกำนันสวาป เผ่าประทาน ใครได้ไปเห็นถนนหนทางในพื้นที่ชนบทอย่างทับสะแก ประจวบคิรีขันธ์ แล้วไม่กล้าบอกว่าประเทศไทยคือโลกที่สาม ไม่น่าเชื่อว่าเศรษฐกิจที่ทับสะแกไกลปืนเที่ยงอย่างนั้นจะพัฒนาไปก้าวหน้าไปมาก หลายพื้นที่ในประจวบคิรีขันธ์ภายใต้การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ดร.สิทธิชัย สวัสดิ์แสน เติบโตทางเศรษฐกิจจนแปลกใจว่าเหตุใดการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจึงต่ำเตี้ยนัก ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ผมแวะเวียนเข้าไปดู เจริญไปมากเมื่อเทียบกับอดีต

ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมใช้เป็นวัตถุดิบในการบรรยายในพิธีเปิด มีโอกาสไว้ค่อย ๆ เขียนค่อย ๆ เล่าให้ฟังก็แล้วกันครับ

#สิทธิชัยสวัสดิ์แสน, #ดรวินัยดะห์ลัน, #drwinaidahlan, #ทับสะแก, #เมาลิดกลางสุราษฎร์ธานี, #ดรธงชัยปิติเศรษฐ #พุมเรียง #Ntiday