อิหร่านเปิดฉากเฟส 29 “ปฏิบัติการสายฟ้า” ส่งโดรนพลีชีพถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน-คูเวต ตอบโต้เหตุปูพรมใส่ตอนใต้
สถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียดขั้นสูงสุด หลังเกิดการปะทะอย่างดุเดือดในช่วง 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยกองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากยิงปูพรมโจมตีเป้าหมายหลายแห่งทางตอนใต้ของอิหร่าน
หนึ่งในจุดเกิดเหตุสะเทือนใจคือ อาคารสถานที่จัดงานแต่งงานในเมืองคูเฮสทัค (Kuhestak) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งถูกระเบิดถล่มอย่างหนัก สื่อและกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย (มีเด็กเล็กรวมอยู่ด้วย) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 50 คน
ฝั่งอิหร่านเปิดฉากตอบโต้ทันทีด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีเป้าหมายครอบคลุมหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาค ส่งผลให้เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องในหลายประเทศ ทั้งในอิหร่าน อิรัก และพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล ขณะที่กองทัพจอร์แดนต้องเร่งสกัดกั้นขีปนาวุธทอดตัว (Ballistic Missiles) โดยยิงตกได้ 10 ลูก จากทั้งหมด 13 ลูกที่พุ่งผ่านน่านฟ้า
ด้านกองทัพอิหร่านยกระดับการตอบโต้ขั้นสูงสุด ประกาศเปิดฉาก “ปฏิบัติการสายฟ้า” (Operation Lightning) ระยะที่ 29 ระดมฝูงโดรนพลีชีพ (Kamikaze Drones) โจมตีฐานทัพอากาศ Shaikh Isa Air Base ของสหรัฐฯ ทางตอนใต้ของประเทศบาห์เรน เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ เปิดฉากยิงปูพรมโจมตีพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่านอย่างหนักก่อนหน้านี้
ฝ่ายประชาสัมพันธ์กองทัพอิหร่านระบุว่า ฐานทัพอากาศ Shaikh Isa ถือเป็นหัวใจสำคัญทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย โดยเป้าหมายการโจมตีครั้งนี้เจาะจงไปที่สถานีเรดาร์ จุดรวมพลของกำลังพลสหรัฐฯ รวมทั้งศูนย์ซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ ชิ้นส่วนโดรน และเครื่องบินลาดตระเวน พร้อมออกแถลงการณ์เตือนว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้อย่างรุนแรงและราบพนาสูญเพื่อแก้แค้นผู้รุกรานต่อไป
สรุปสถานการณ์สู้รบและลำดับเหตุการณ์ล่าสุด:
อิหร่านเอาคืนถล่มฐานทัพบาห์เรน ด้วยการส่งฝูงโดรนพลีชีพถล่มเรดาร์และจุดรวมพลทหารสหรัฐฯ ณ ฐานทัพอากาศ Shaikh Isa ในบาห์เรน (ปฏิบัติการสายฟ้า เฟส 29)
ชนวนเหตุ เกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดถล่มสถานที่จัดงานแต่งงานในเมืองคูเฮสทัค (Kuhestak) ทางตอนใต้ของอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย (รวมเด็ก) และบาดเจ็บพุ่งเกิน 50 ราย
อิหร่านระดมยิงขีปนาวุธและส่งโดรนตอบโต้ทั่วภูมิภาค ทำให้เกิดเสียงระเบิดสนั่นทั้งในอิหร่าน อิรัก และพื้นที่ทางตอนใต้ของอิสราเอล
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างแถลงการณ์จาก ศูนย์บัญชาการใหญ่ คาตัม อัล-อันบิยา (Khatam al-Anbiya Central Headquarters) ซึ่งเป็นศูนย์บัญชาการยุทธศาสตร์ทางทหารสูงสุดของอิหร่าน ที่ระบุอย่างชัดเจนว่า ปฏิบัติการทางทหารเชิงรุกต่อเป้าหมายและกองกำลังสหรัฐฯ ในภูมิภาค จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกว่าฝ่ายสหรัฐฯ จะเสียใจและยอมรับผิดต่อการกระทำของตน
การออกมาประกาศแข็งกร้าวในครั้งนี้สะท้อนถึงระดับความตึงเครียดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยศูนย์บัญชาการ คาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งทำหน้าที่บูรณาการปฏิบัติการร่วมระหว่างกองทัพอิหร่าน (Artesh) และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เน้นย้ำว่า อิหร่านพร้อมใช้มาตรการตอบโต้ทางทหารที่เข้มข้นขึ้น หากสหรัฐฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมที่เป็นการคุกคามอธิปไตยและความมั่นคงในภูมิภาค
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังส่งผลให้ความมั่นคงทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางตกอยู่ในภาวะเฝ้าระวังขั้นสูงสุด ขณะที่หลายฝ่ายจับตามองว่าท่าทีล่าสุดของเตหะรานอาจส่งผลให้เกิดการปะทะระลอกใหม่ตามจุดยุทธศาสตร์สำคัญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
#อิหร่านถล่มฐานทัพสหรัฐ #บาห์เรน



