เปิดปมร้อน ‘สมาคมคุรุสัมพันธ์’ จากองค์กรครูศาสนาในตำนาน สู่ข้อกล่าวหา ‘สมาคมเถื่อน-ผูกขาดตระกูลดัง’ ไร้บทบาทในการส่งเสริมการเรียน มุ่งเน้นรายได้ขายหนังสือ-ข้อสอบ!
กลายเป็นประเด็นร้อนสะเทือนวงการศึกษาศาสนาอิสลามในประเทศไทย เมื่อ “สมาคมคุรุสัมพันธ์อิสลามแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์” องค์กรเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เคยเป็นศูนย์รวมของโต๊ะครูและนักวิชาการศาสนารุ่นบุกเบิก กำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักถึง “ความโปร่งใสและสถานะทางกฎหมาย” หลังมีการร้องเรียนหลุดสะพัด ยื่นเรื่องต่อสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงมหาดไทย และศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ให้เร่งตรวจสอบการบริหารงานที่สุ่มเสี่ยงขัดกฎหมายอย่างร้ายแรง จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่สมาชิกว่าสภาพปัจจุบันไม่ต่างจาก “สมาคมเถื่อน”!
⏳ ย้อนรอยประวัติศาสตร์
จากยุคบุกเบิก ปี ๒๔๙๖ สู่ความรุ่งเรือง
ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖ คณะกรรมการสมาคมคุรุสัมพันธ์ชุดเริ่มก่อตั้ง ถือเป็นศูนย์รวมของผู้นำศาสนาและครูผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ซึ่งเป็นคณะศิษย์อาจารย์ต่วน สุวรรณศาสน์ จุฬาราชมนตรีขณะนั้ร จัดตั้งองค์กรขับเคลื่อนการศึกษาศาสนาอิสลามภาคบังคับ (ฟัรฎูอัยน์) ให้แก่เยาวชนมุสลิม
มีรายนามผู้นำในยุคบุกเบิก
.
อิหม่ามการีม โยธาสมุทร (บางอ้อ), อิหม่ามอิสมาแอล ผลทวี (บางลำพู), อิหม่ามฮารีส เกียรติธารัย (บ้านสมเด็จ), ต่วนมุสตอฟา มุขตารี (นายกสมาคมฯ คนแรก), ด.ช.ประมุข มุขตารี, ครูสมาน มีมูซอ (เลขาธิการสมาคมฯ)
คุณวินิจ มีมิตรกิจ, ครูสามารถ วงษ์เสงี่ยม, ครูประสาท บริสุทธิ์, ฮัจยีซอและห์ วงษ์เสงี่ยม และ ครูสันติ วงศ์ปถัมภ์
ปี2497 เริ่มจัดตำราเรียนและหลักสูตรการศึกษาศาสนาเพื่อควบคู่ไปกับการเรียนภาคสามัญ โดยใช้เวลาเรียน 4 ปี
ในช่วงก่อตั้งได้รับการอุปการะจาก ต่วนมุสตอฟา มุขตารี นายกสมาคมฯ คนแรก และมี ครูสมาน มีมูซอ ทำหน้าที่เลขาธิการ ก่อนจะยื่นจดทะเบียนเป็นสมาคมอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2499
ปี 2500 เริ่มเปิดสนามสอบภาคฟัรฎูอัยน์ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เเพื่อวัดผลการเรียนและมอบประกาศนียบัตร
มีบทบาทในการจัดการเรียนการสอนฟัรฎูอัยน์ ควบคุม ดูแล และพัฒนาหลักสูตรศาสนาอิสลามขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ
จัดทำและจำหน่ายหนังสือเรียน สื่อการเรียนรู้ และข้อสอบกลางเพื่อใช้วัดผลนักเรียนในสังกัดทั่วประเทศ
จะเห็นว่า สมาคมฯ ก่อตั้งขึ้นด้วยเจตนาบริสุทธิ์เพื่อยกระดับการศึกษาฟัรฎูอีน (การศึกษาศาสนาขั้นพื้นฐาน) จัดทำหลักสูตร และสร้างความเป็นเอกภาพให้แก่ครูสอนศาสนาทั่วประเทศ
.
สมาคมคุรุสัมพันธ์ฯ ได้ตกอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูล’วันแอเลาะ’ เป็นนายกสมาคมฯตั้งแต่ปี 2540 เมื่อพี่เสียชีวิต น้องก็ดำรงตำแหน่งต่อ มีอาจารย์ประสาน ศรีเจริญ ประธานที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี มาดำรงตำแหน่งในช่วงเวลาสั้นๆ จากนั้นตำแหน่งก็ถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูก
.
กว่า 20 ปี ที่ตระกูล’วันแอเลาะ’ ครอบครองตำแหน่งนายกสมาคมฯ ได้ยึดกุมของคาพยพภายในไว้ทั้งหมด การส่งต่อรุ่นสู่รุ่น หรือการกำหนดทิศทางของสมาคมฯ จึงทำได้ง่าย ในยุค’วันแอเลาะ’สมาคมฯถูกค่อนแคะว่า ทำให้สมาคมฯระดับชาติ เป็นสมาคมท้องถิ่น หรือสมาคมของตระกูล
💥 เปิดแผลกึ่งศตวรรษ กับคำถามว่า สมาคมฯ ดำรงอยู่ส่อผิดกฎหมาย-หยุดดำเนินกิจการทางกฎหมาย?
มีการร้องเรียนอย่างน้อย 4-5 กลุ่ม ทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด ถึงสำนักนายกรัฐมนตรี, ศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย มีการระบุถึงข้อบกพร่องและพฤติการณ์ที่อาจขัดต่อกฎหมายและข้อบังคับสมาคมฯ อย่างรุนแรง ใน 3 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย
ไม่จดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการใหม่ – กลายเป็นสมาคมไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ตามข้อมูล มีการจดทะเบียนแก้ไขข้อบังคับครั้งสุดท้ายเมื่อปี พ.ศ. 2552 แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ กลับไม่ได้นำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามกฎหมายภายใน 30 วัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่งผลให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดต่อๆ มา “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” และถือว่าสมาคมหยุดดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายติดต่อกันเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป
เมินทำบัญชีงบดุล-ไม่รายงานนายทะเบียน
สมาคมฯ ไม่ได้จัดทำงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปีอนุมัติ และไม่ได้ส่งรายงานต่อนายทะเบียนมานานหลายปี ทำให้ขาดความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินส่วนรวม
สงสัยเลี่ยงภาษีรายได้มหาศาลจากการ “ขายหนังสือ-ข้อสอบ”
แม้สมาคมฯ จะมีรายได้มหาศาลนอกเหนือจากค่าบำรุงสมาชิก เช่น การจัดจำหน่ายหนังสือเรียน และค่ากระดาษสอบของนักเรียนศาสนาทั่วประเทศกว่า 60,000 คน ต่อปี เป็นระยะเวลานานกว่า ๑๐ ปี แต่กลับพบว่าไม่ได้มีการยื่นแบบแสดงรายการภาษีและชำระภาษีเงินได้ให้ถูกต้องตามประมวลรัษฎากร ซึ่งอาจส่งผลให้สมาคมฯ ต้องรับภาระเบี้ยปรับและเงินเพิ่มมหาศาลในอนาคต
การผูกขาดโดยตระกูลดัง ‘วันแอเลาะ’ – เน้นพาณิชย์มากกว่าการศึกษาหรือไม่
นอกจากประเด็นข้อกฎหมายแล้ว กลุ่มครูสอนศาสนาและสมาชิกสมาคมฯ ยังได้เปิดเผยและวิพากษ์วิจารณ์ถึงโครงสร้างการบริหารงานภายในว่า ตกอยู่ภายใต้การบริหารและผูกขาดของตระกูล ‘วันแอเลาะ’ มานานกว่า 20 ปี
บรรดาสมาชิกต่างตั้งคำถามถึง “บทบาทที่แท้จริง” ของสมาคมฯ ในปัจจุบัน ว่าแทบไม่ได้เน้นการส่งเสริม พัฒนาศักยภาพครู หรือยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนศาสนาเท่าที่ควร แต่กลับมุ่งเน้นไปที่ “ธุรกิจการศึกษา” ผ่านการขายตำราเรียน กิจกรรมจัดสอบ และการเก็บค่ากระดาษสอบจากเด็กนักเรียนนับแสนคนทั่วประเทศ จนกลายเป็นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เชิงพาณิชย์บนความตั้งใจของมุสลิมในพื้นที่
.
การเรียนการสอนและการวัดผล หน่วยสอบแต่ละพื้นที่เป็นผู้ดำเนินการ เพื่อนำเงินมาส่งเสริมการศึกษาและการสอบวัดผล สมาคมฯแทบไม่มีบทบาทในการสนับสนุนส่งเสริม
จี้ล้างบางแต่งตั้งผู้แทนชั่วคราว หรือเพิกถอนชื่อสมาคม!
กลุ่มผู้ร้องเรียนซึ่งนำโดยกลุ่มครูและสมาชิกสมาคมฯ ได้ยื่นเรื่องขอให้ภาครัฐดำเนินการอย่างเด็ดขาด ได้แก่
สั่งการให้คณะกรรมการสมาคมฯ ชี้แจงข้อเท็จจริง และอายัดสมุดบัญชี/เอกสารการเงินมาตรวจสอบ
อาศัยอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา ๗๓ แต่งตั้ง “ผู้แทนชั่วคราว” เพื่อจัดประชุมเลือกตั้งนายกสมาคมและกรรมการใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย
หรือหากพบว่ามีความผิดร้ายแรงและไม่สามารถแก้ไขได้ ให้ใช้อำนาจนายทะเบียนตาม มาตรา ๑๐๒ สั่งเพิกถอนชื่อสมาคมคุรุสัมพันธ์ฯ ออกจากทะเบียน เพื่อหยุดย้างความเสียหายที่จะเกิดแก่วงการศึกษาศาสนาอิสลามต่อไป
งานนี้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า หน่วยงานภาครัฐ ทั้งกระทรวงมหาดไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี จะเข้ามารื้อคาราคาซังและ “ล้างบ้าน” สมาคมคุรุสัมพันธ์ฯ ให้กลับมาบริสุทธิ์เหมือนยุคก่อตั้งปี ๒๔๙๖ หรือจะปล่อยให้องค์กรในตำนานแห่งนี้ต้องอวสานลงจากการผูกขาดและผลประโยชน์!



