ซาอุฯ รื้อใหญ่หลักสูตรศาสนา ตัดบทเรียนพาดพิงชาวยิว-คริสต์ เดินหน้า “อิสลามสายกลาง” ตามวิสัยทัศน์ Vision 2030
สำนักข่าวต่างประเทศ (ริยาด, ซาอุดีอาระเบีย) — สัญญาณความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์กำลังเกิดขึ้นในระบบการศึกษาของซาอุดีอาระเบีย เมื่อรัฐบาลริยาดเดินหน้าปฏิรูปเนื้อหาทางศาสนาและประวัติศาสตร์ในชั้นเรียนอย่างเข้มข้น มุ่งตัดเนื้อหาเหมารวมด้านลบลดความขัดแย้งทางศาสนา พร้อมสอดแทรกแนวคิดการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและการคิดเชิงวิพากษ์ เพื่อตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ปฏิรูปประเทศ Saudi Vision 2030 ของมกุฎราชกุมาร มุฮัมมัด บิน ซัลมาน
รายงานฉบับล่าสุด (กรกฎาคม 2026) จาก IMPACT-se (Institute for Monitoring Peace and Cultural Tolerance in School Education) องค์กรตรวจสอบหลักสูตรการศึกษาในเยรูซาเล็ม ซึ่งทำการวิเคราะห์หนังสือเรียนซาอุฯ จำนวน 136 เล่ม (ครอบคลุมปีการศึกษา 2024–2026) ยืนยันว่า เนื้อหาที่เคยถูกจัดว่าเป็น “ข้อความต่อต้านชาวยิว” ในรายงานชุดก่อนๆ ได้ถูกถอนออกจากหนังสือเรียนระดับชั้นต่างๆ ในปีการศึกษา 2025–2026 แล้วอย่างสิ้นเชิง
.
เจาะลึก! เนื้อหาถูกตัดออก vs ปรับบริบทใหม่
ตัดหะดีษ/เนื้อหาเปรียบเทียบเชิงลบ ถอนหะดีษในวิชาทักษะชีวิต Grade 7 ที่มีการตีความเชิงเปรียบเทียบผู้ศรัทธาต่างศาสนากับสัตว์ที่มีความบกพร่อง
ปรับเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ตัดเรื่องราวเด็กชายชาวยิวรับใช้ท่านนบี ﷺ ในวิชาสังคมศึกษา Grade 7 ออก
เนื่องจากเกรงว่าตอนจบของเรื่องจะทำให้นักเรียนเข้าใจผิดว่าผู้ที่ไม่รับอิสลามต้องตกนรกทั้งหมด
แก้ภาพจำมุสลิม-ต่างศาสนิก ลบข้อความที่เคยระบุว่าการให้คนนอกศาสนาถือตำแหน่งสำคัญเป็นสาเหตุทำให้ออตโตมันล่มสลาย เพื่อป้องกันการสร้างภาพเหมารวมว่าชนกลุ่มน้อยคือตัวการบ่อนทำลายชาติ
เน้นระบุคู่ขัดแย้งเฉพาะกลุ่ม บทเรียนที่เคยห้ามผูกมิตรกับชาวยิว-คริสเตียน หรือการกล่าวโทษชาวยิวทั้งกลุ่มในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ถูกปรับเปลี่ยนให้ระบุชื่อชนเผ่าหรือกลุ่มคู่ขัดแย้งเฉพาะในยุคนั้นแทน
รายงานระบุชัดว่า การปรับเปลี่ยนนี้ “ไม่ใช่การลบหะดีษออกจากศาสนาอิสลาม” ตัวบทและคำสอนทางศาสนายังคงเดิม เพียงแต่กระทรวงศึกษาธิการซาอุฯ เลือกไม่นำข้อความบางส่วนมาบรรจุไว้ในแบบเรียนเด็ก เพื่อป้องกันการตีความแบบเหมารวม
เติมบทเรียนใหม่ สร้างสันติภาพ-ยอมรับความหลากหลาย
เพิ่มเนื้อหาสนธิสัญญาสันติภาพสมัยท่านนบี ﷺ กับชุมชนยิวและคริสเตียนในหนังสืออิสลามศึกษา Grade 11 เพื่อสอนเรื่องการยุติความขัดแย้ง
ปลูกฝังความเมตตาไร้พรมแดน สอนเด็ก Grade 6 ให้ปฏิบัติต่อคนต่างศาสนาด้วยความเคารพ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนค้นหาเหตุผลทางศาสนามาโต้แย้งแนวคิดที่ว่า “ความเมตตาควรสงวนไว้ให้แค่มุสลิม”
เคารพสิทธิมนุษยชน สอดแทรกเรื่องการไม่เลือกปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติ ผู้พิการ และเด็กต่างชาติตามกฎหมายใหม่
ปรับมุมมองชีอะฮ์-ศูฟีย์
ผ่อนถ้อยคำรุนแรงที่เคยเหมาว่าวัตรปฏิบัติของมุสลิมชีอะฮ์หรือศูฟีย์เป็นการตั้งภาคีหรือมีธรรมชาติชั่วร้าย โดยเปลี่ยนเป็นการวิพากษ์เชิงหลักการแทนการตีตราบุคคล
จุดยืนต่อ “อิสราเอล-ปาเลสไตน์” ยังชัดเจน
แม้จะตัดข้อความเชิงลบต่อชาวยิวออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าซาอุฯ รับรองรัฐอิสราเอล โดยในหนังสือเรียนยังคง
ไม่ปรากฏชื่อ “อิสราเอล” บนแผนที่อย่างเป็นทางการ
ยังคงใช้คำว่า “การยึดครองของอิสราเอล” ในบริบทประเด็นปาเลสไตน์
ไม่มีการบรรจุเรื่องราวการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว (Holocaust) ในแบบเรียนประวัติศาสตร์
จับตา! เช็กให้ชัวร์ก่อนแชร์ ข่าวจริงปะปนข่าวเก่า
กระแสข่าวการปรับหลักสูตรซาอุฯ บนโลกออนไล
ขณะนี้ มีการนำข้อมูลหลายช่วงเวลามาปะปนกัน โดยรายงานจากสื่อใหญ่อย่าง CNN ที่พูดถึงประเด็นนี้เป็นรายงานเดิมตั้งแต่ มิถุนายน 2023 ขณะที่ข้อมูลหนังสือเรียน 136 เล่ม เป็นรายงานใหม่ของ IMPACT-se ในช่วง กลางปี 2026
นอกจากนี้ หะดีษเกี่ยวกับสัญญาณวันสิ้นโลกและการต่อสู้กับชาวยิว ถูกถอนออกจากแบบเรียนไปตั้งแต่ช่วงปี 2020–2021 แล้ว ดังนั้น การระบุว่าซาอุฯ เพิ่งสั่งลบหะดีษทั้งหมดในทันทีจึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
การปฏิรูปหลักสูตรครั้งนี้ สะท้อนก้าวสำคัญของซาอุดีอาระเบียในการเปลี่ยนผ่านสู่ “อิสลามสายกลาง” แต่ยังคงเป็นประเด็นที่นักวิเคราะห์จับตาว่า รัฐบาลริยาดจะสามารถสร้างบาลานซ์ระหว่าง “การหยุดวงจรความเกลียดชังในชั้นเรียน” กับ “การคงไว้ซึ่งบริบททางประวัติศาสตร์และคำสอนศาสนาอย่างรอบด้าน” ได้มากน้อยเพียงใดในระยะยาว
เรียบเรียงโดย: ทีมข่าวต่างประเทศ
อ้างอิง: IMPACT-se (Saudi Textbooks Review 2024–2026), Semafor, The Jerusalem Post, TIME, CNN, L’Orient Today



