อดีตรมช.มหาดไทย ซัดเหตุรุนแรงชายแดนใต้ มีคนไม่อยากให้เหตุการณ์สงบ เพื่อผลประโยชน์
สำนักข่าว Mtoday รายงานเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ระลอกใหม่ หลัง นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมาสะท้อนมุมมองผ่านรายการ TOP NEWS TALK ชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในการรับมือของรัฐบาลซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวและการลงทุนของต่างชาติ
นายถาวร ระบุว่า ภาพรวมในสายตาชาวต่างชาติต่างมองว่าพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ไม่เหมาะสมที่จะเข้ามาลงทุนหรือเดินทางท่องเที่ยว ส่งผลให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ ซึ่งภาพสะท้อนที่ชัดเจนคือกรณีโรงเรียนนานาชาติของครอบครัวตนเองในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา แม้จะอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุในยะลาและปัตตานีกว่า 100 กิโลเมตร แต่หาดใหญ่กลับถูกยกระดับเป็นพื้นที่สีส้ม จนสถานทูตอังกฤษต้องส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจเช็กความปลอดภัยของครูชาวอังกฤษจำนวน 27 คนด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงภาวะขาดความไว้วางใจในสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างรุนแรง
พร้อมกันนี้ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงเบื้องหลังความไม่สงบที่ยืดเยื้อว่า มีกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์และไม่อยากให้สถานการณ์ในพื้นที่สงบลง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์ วงจรธุรกิจสีเทา หรือการใช้วิกฤตเพื่อเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง ทำให้การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาไม่เคยบรรลุผลสำเร็จอย่างแท้จริง ทั้งยังเข้ามาซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเปราะบาง จากทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เติบโตเพียง 1.9 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ภาคการค้าและการท่องเที่ยวในภาคใต้ต้องแบกรับศึกหนักรอบด้าน
นายถาวร กล่าวถึงเหตุการณ์บุกโจมตีจุดตรวจจนส่งผลให้ทหารพรานเสียชีวิต 5 นาย และตำรวจเสียชีวิต 2 นาย รวมไปถึงเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องนับร้อยครั้งว่า เป็นพฤติกรรมที่หยามศักดิ์ศรีอำนาจรัฐและเจ้าหน้าที่อย่างสิ้นเชิง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งทบทวนประสิทธิภาพการทำงาน วางมาตรการความปลอดภัยอย่างจริงจัง และเร่งจัดการกลุ่มผลประโยชน์ที่แฝงตัวอยู่ในความขัดแย้งโดยเร็ว



