สัญญาณความยุ่งยากในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังยกระดับขึ้นอีกขั้น เมื่อกลุ่มแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (BRN) เริ่มส่งสัญญาณที่ไม่เป็นมิตรต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างน่ากังวล โดยเฉพาะการสร้างบรรยากาศแห่งความกลัวเข้าครอบงำวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่
ในรายการ “Off The Record” ทางช่อง PPTVHD36 สุนัย ผาสุก ที่ปรึกษาองค์กรเฝ้าระวังด้านสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch) ได้เปิดเผยประเด็นสุดแหลมคมถึงทิศทางใหม่ของ BRN ที่เริ่มบังคับใช้มาตรการเข้มงวดกับคนในชุมชน โดยเฉพาะการจำกัดสิทธิของเด็กและเยาวชนอย่างรุนแรง
สิ่งที่น่าตกใจคือมีรายงานการกดดันและกวดขันไม่ให้เด็กนักเรียน โดยเฉพาะ “เด็กผู้หญิง” ออกจากบ้านหรือไปเรียนหนังสือ ซึ่งพฤติกรรมลักษณะนี้ถูกมองว่ามีความคล้ายคลึงกับกลุ่ม ตาลีบัน (Taliban) ในอัฟกานิสถานอย่างน่ากลัว การปิดกั้นโอกาสทางการศึกษาของเด็กผู้หญิงและการบีบให้อยู่แต่ในบ้าน ถือเป็นการถอยหลังเข้าคลองทางความคิด และขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างรุนแรง
มีการใช้อำนาจมืดแทรกซึมและสั่งการวิถีชีวิตประจำวัน เป็นการเปลี่ยนยุทธวิธีจากการต่อสู้เชิงอาวุธมาเป็นการควบคุมทางสังคม (Social Control) BRN กำลังใช้วิธีสร้างความหวาดกลัวเพื่อให้ประชาชนปฏิบัติตามโดยไร้คำถาม หากชุมชนใดขัดขืนหรือไม่ยินยอม ก็อาจต้องเผชิญกับการคุกคามหรือแรงกดดันจากกองกำลังในเงามืด
ปรากฏการณ์นี้กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข การที่กลุ่มเคลื่อนไหวหันมาใช้มาตรการสุดโต่งกับเด็กและสตรี ไม่เพียงแต่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องตกอยู่ในฝันร้าย แต่ยังทำให้สังคมคลางแคลงใจว่า ทิศทางที่ BRN กำลังเดินไปนั้น คือการต่อสู้เพื่อคนชายแดนใต้จริงๆ หรือเป็นเพียงการสร้างระบอบกดทับที่ไร้ซึ่งเสรีภาพกันแน่
ภาคสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องจับตาดูสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด ก่อนที่ค่านิยมสุดโต่งจะกัดเซาะรากฐานชุมชนชายแดนใต้ไปมากกว่านี้
#BRN #ตอลีบัน Mtoday



